“มนัสสินี โปรดตอบผมมาตรง ๆ เมื่อคืนคุณไปทำอะไรที่ป่านั่นกันแน่”
เมื่อสิ้นเสียงถามก็ตามมาด้วยใบหน้าถอดสี ทั้งที่ตำรวจคนนี้เพิ่งจะขับรถออกมารับเธอจากข้างทางเมื่อคืน หลังจากพยายามไล่ตามหาสัญญาณมือถือ เพื่อขอความช่วยเหลือบนถนนสายเปลี่ยวอยู่ตลอดเช้ามืด ยามสายของวันก็พลันเปลี่ยนสถานะเธอเป็นผู้ต้องสงสัย เมื่อทราบความว่าในป่าแห่งเดียวกัน ชาวบ้านพบศพทั้งห้านอนเสียชีวิตอย่างสยดสยองกระจัดกระจายอยู่กลางป่า ที่ด้านใต้ของหุบเหวไม่ไกลกันนั้นก็เป็นซากรถยนต์ผ่านการลุกไหม้ เพิ่งทราบผลมาไม่นานนี้ว่าเจ้าของรถคือธวัชชัย หรือแฟนหนุ่มของเธอที่หายสาบสูญไปในคืนเดียวกันนั้น มิหนำซ้ำเป็นไปได้สูงว่าศพรายที่หกในรถคันนั้นจะไม่มีทางเป็นคนอื่น
“คุณตำรวจจะเชื่อใช่ไหมคะ”
หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามเค้นคำตอบให้ออกจากคอที่ถูกจุกไว้ด้วยความกังวล แต่ถึงจะตอบไปตามตรง ก็กลับทวีความสงสัยขึ้นในใบหน้าเคร่งเครียดของตำรวจ
“คุณจะบอกผมว่าพวกคุณไปล่าท้าผีเหรอ งั้นจะโทษว่าที่นอนตายกันเต็มป่านั่นก็ฝีมือผีใช่ไหม”
“เรื่องนั้นฉันไม่รู้ค่ะ...แต่คุณตำรวจ ฉันไม่รู้จักห้าคนที่เหลือนั่นเลยนะคะ ฉันไปกับแฟนกันแค่สองคนจริง ๆ นะคะ คุณตำรวจลองไปตรวจสอบดูได้เลยค่ะ”
“อ่า โอเค ๆ เอาเป็นว่าคุณรู้จักแค่ธวัชชัยคนเดียวนะ ทีนี้คำถามต่อมา คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าแฟนของคุณหายไปไหนทั้งคืน ทำไมรถถึงไปแหกโค้งตกเหว”
เธอเงียบไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่อาจเงียบนานไปให้ถูกคิดว่าเป็นผู้ต้องสงสัยกำลังประดิษฐ์คำ
“ฉันเดินออกจากจุดสำรวจมาแล้วก็ไม่เจอเขานะสิคะ...ทั้งที่กำชับไว้แล้วว่าให้จอดรถอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็หายไปเลย พยายามเดินตามหาบนถนนมืด ๆ นั่นทั้งคืนเลยค่ะ แต่มันหาไม่เจอจริง ๆ พยายามโทรหาก็แล้ว พยายามตามแล้ว พยายามแล้วแท้ ๆ ...โธ่ พี่อาร์ม พี่อาร์มตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหรอ...”
คำให้การค่อยเงียบเสียงลง เปลี่ยนเป็นเสียงสะอึกสะอื้น ยิ่งคิดก็ยิ่งตระหนักได้ว่าเธอไม่มีคนรักอีกต่อไปแล้ว ผู้ชายแสนดีที่เต็มใจพามาล่าท้าผีโดยไม่เกี่ยงกลัว จะตามหาแบบนี้ได้จากไหนอีก ความเศร้าอาลัยยังไม่ทันสลายจาง เค้าลางความรู้สึกผิดก็แผ่ซ่านเข้าเต็มหัวใจ นึกขึ้นได้ว่าไม่ต่างอะไรกับพาเขาเข้ามาตายชัด ๆ เธอคงจะประมาทในความเฮี้ยนของนางผีป่านั้นเข้าเต็มเปา
พี่อาร์ม...หนูขอโทษ...
ตำรวจคนเดิมยืนถอนหายใจออกอาการเซ็ง เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่าผู้ต้องสงสัยไม่อยู่ในอาการให้ปากคำได้ แต่ก็เข้าใจได้ว่ามนัสสินีเพิ่งรู้ว่าคนรักของเธอหาชีวิตไม่แล้ว เป็นใครก็คงทำใจไม่ไหว
“เอาเป็นว่า คุณทำใจแล้วทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนดูให้ดีอีกครั้งนะครับ”
ปัง...
เสียงปิดประตูแทบจะเป็นเสียงเดียวที่ดังขัดกับเสียงร้องไห้ของเธอ ทำนบน้ำตาแตกสลายตามหัวใจ ปล่อยให้ภาพช่วงเวลาแสนหวานยามอดีตกาลฉายขึ้นในหัวอย่างอาลัยอาวรณ์ กว่าจะกลับมาทบทวนเรื่องราวเมื่อคืนนี้ได้ เข็มสั้นนาฬิกาก็ข้ามมาหลายตัวเลข เธอรู้ดีว่าประวิงเวลาไปกับร้องไห้ก็ไม่ทำให้คนรักฟื้นคืนมา มือขาวซีดพยายามฝืนอาการสั่นเทาเข้าในกระเป๋าสีฟ้าตุ่น รวบหยิบเครื่องอัดเสียงเก่า ๆ ออกมาลูบเช็ดฝุ่น
นั่นน่าจะเป็นหลักฐานเดียวยืนยันตัวตนลี้ลับที่อยู่ในป่านั้น
เรื่องราวเมื่อสามวันที่แล้ว
“พี่อาร์ม พี่อาร์มรู้จักที่นี่ไหมคะ ป่าผีสะอื้น”
“ไหนหรอ อ๋อ ที่นี่ดังอยู่ นัสนีอยากไปลองที่นี่หรอ”
“ช่าย ช่าย พี่จะพาหนูไปปะละ”
นัสนี หรือมนัสสินี เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักน่าเอ็นดู มีหน้าตาที่เรียกได้ว่าจิ้มลิ้มจิ้มเพลา แก้มป่องตาโตเหมือนเด็กน้อยในวัยยี่สิบตอนปลาย แม้แต่รสนิยมการแต่งตัวก็เรียกว่าอ่อนหวานชวนให้ทะนุถนอมไม่น้อย ข้าวของทุกอย่างล้วนแต่สีชมพูบ้าง สีฟ้าบ้าง มีสัญลักษณ์ประจำตัวเป็นกระต่ายสีขาวผูกริบบิ้นสีชมพู แต่รสนิยมของเธอนั้นตรงกันข้าม นัสนีคลั่งไคล้ในเรื่องราวสยองขวัญเข้าเส้นเลือด นิยายโรแมนติกหรือคอมเมดี้แทบไม่มีอยู่ในหัวของแม่กระต่ายโบชมพูผู้นี้ ต้องเป็นเรื่องราวระทึกขวัญ ไม่หลอน ไม่ลึกลับ ไม่มีเสียล่ะจะมาจับใจนัสนีได้อยู่หมัด
ตอนแรกเธอเป็นเพียงผู้เสพทั่วไปไม่ต่างกับใคร ๆ เพิ่งจะผันตัวมาเป็นผู้รับประสบการณ์เต็มรูปแบบในตอนหลังมาไม่นานนี้เอง นัสนีมีประสบการณ์เทียวไล้เทียวขื่อตามบ้านร้างมาแล้วร่วมสิบกว่าหลัง เธอหมายมั่นจะปั้นจำนวนครั้งให้ได้ถึงหลักร้อย โดยเฉพาะสถานที่รกร้างอันขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนสุดกู่ และครั้งนี้ก็มาถึงคราวของป่านางผีสะอื้น
ประวัติพอสังเขปของสถานที่แห่งนี้ แรกเดิมทีเป็นเพียงพื้นที่ป่าเต็งรังธรรมดา อาจจะมีเรื่องเล่าเจ้าป่าเจ้าเขาพอประปราย แต่ก็หาได้เป็นตำนานร้ายแรงใหญ่โตอะไรพรรค์นั้น จนกระทั่งการมาถึงของศพหญิงสาวนิรนามรายหนึ่ง ทั่วทั้งร่างล้วนไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ไม่มีสิ่งหลงเหลือให้พอเป็นหลักฐานตามสืบถึงตัวตนของเธอได้เลย แต่นั่นไม่ใช่ความน่ากลัวเพียงประการเดียว เริ่มมีศพที่สอง ศพที่สาม ตามมาสมทบเรื่อย ๆ จนกลายเป็นป่าห้าดรุณี เริ่มมีเสียงร้องไห้โหยหวนดังระงมทั่วทั้งผืนป่า ไม่ว่าจะอยู่บริเวณใดในเขตป่า ก็ไม่สามารถหลบหนีเสียงร้องไห้คร่ำครวญของพวกเธอได้เลย ทางด้านคดีความของศพผู้หญิงเหล่านี้ก็แทบไม่กระดิกถึงไหน ไม่สามารถแกะรอยจากกล้องวงจรปิดได้เลย เพราะพื้นที่ป่ากว้างขวางเสียจนจะเข้าฝั่งไหนก็ได้ทั้งนั้น และผู้ลงมือคงไม่โง่พอที่จะปรากฏตัวขึ้นในที่แจ้ง ให้กล้องสามารถจับภาพได้ ซ้ำร้ายจะเทียบเคียงจากประวัติผู้สูญหายก็มากมายก่ายกอง ในบรรดาผู้หญิงนับร้อยเหล่านี้ จะมีใครเป็นเหยื่อในคดีฆ่าเผาศพบ้าง นั่นก็ยากจะยืนยัน นับประสาอะไรจะรู้ว่าผู้ลงมือคือใครบ้าง หากเป็นคนเดียวกันก็ตีคลุมเอาได้ว่านั่นเป็นคดีฆาตกรต่อเนื่อง แต่หากมีหลายคนก็เริ่มยากขึ้น และหวั่นเกรงจะเป็นคดีเลียนแบบเสียขึ้นมา
คดีความเป็นเรื่องของตำรวจ แต่สำหรับผู้สำรวจสถานที่ลึกลับ กลับเป็นปฐมบทความตื่นเต้นใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว พวกเขาต่างรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นสถานที่เปี่ยมไปด้วยโศกนาฏกรรม แต่จะทำไงได้ เสียงร้องไห้โหยหวนของผีมันหอมหวานไม่เบาเลยนี่ ถึงชาวบ้านผู้ผ่านไปมาอาจจะไม่นึกหฤหรรษ์กับปรากฏการณ์เหนือความเข้าใจพวกนี้ ไม่เหมือนนักล่าท้าผี ที่จะพยายามจับสถานการณ์พวกนี้ ให้เป็นรูปธรรมปรากฏเด่นชัดแก่ผู้ชมทางบ้าน
แน่ล่ะว่านัสนีเองก็คิดแบบนั้น
ตอนแรกเธอเป็นเพียงผู้สร้างคอนเท้นต์เกี่ยวกับภูตผีลี้ลับทั่วไป ไม่ว่าจะเล่าเรื่องหลอนทั่วโลก แนะนำและรีวิวหนัง ละคร เกม การ์ตูน นิยายเกี่ยวกับปริศนาเร้นลับ เกี่ยวกับผีปีศาจต่าง ๆ มาก็ไม่น้อยนัก แต่ยอดเข้าชมไม่ทะลักทลายมากเท่าตอนเธอเอาตัวไปผจญภัยสำรวจสถานที่รกร้างเสียเอง อาจจะด้วยภาพลักษณ์ที่หวานแหววน่ารัก ช่างไม่เข้ากับรสนิยมและสถานที่ หรืออาจจะเพราะความกระหายที่ได้เห็นสิ่งผิดธรรมชาติจากสถานที่พวกนี้ แต่จะเพราะอะไรก็ตาม รายได้เธองอกงามจากงานอดิเรกพวกนี้เป็นกอบเป็นกำ จะให้ถอยหยุดตอนนี้ก็ยากเสียแล้ว
“คุณกระต่ายไม่กลัวบ้างหรอคะ”
แฟนหนุ่มถามด้วยเสียงอ่อนหวานจ๊ะจ๋าน่ารักไม่หยอก นัสนียิ้มแล้วส่ายหน้าไปมาจนผมแกละที่มัดไว้ขยับพลิ้ว เธอปรี่เข้ากอดแขนพี่อาร์ม ทำแววตาออดอ้อนชวนเอ็นดู แต่คำตอบตรงกันข้าม
“กระต่ายไม่กลัวผีเลยสักนิด ถ้าผีแกล้งพี่หมา กระต่ายจะงับตูดผีให้ขาดเลย”
นัสนีขยับปากทำท่างับ ทำเสียงดังงั่ม งั่ม แล้วแกล้งขู่ในคอหันหน้าซ้ายขวาไปมา พี่อาร์มหัวเราะเอ็นดูในท่าทางของเธอจนอดกุมอกไม่ได้
ในบรรดาแฟนหนุ่มที่ผ่านมาทั้งชีวิตของนัสนี พี่อาร์มไม่ใช่ผู้ชายที่ร่วมเสพรสนิยมเดียวกัน แต่เขาไม่เคยตั้งคำถาม หรือแสดงท่าทีหวาดหวั่น สั่นกลัว เคลือบแคลงสงสัย และหวาดระแวงในรสนิยมของเธอ ตรงกันข้ามพี่อาร์มจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่ยังรักต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไข และสนับสนุนในรสนิยมของเธออย่างประจักษ์ ออกตระเวนล่าท้าผีที่ผ่านมาก็เป็นความคิดของเขา และเขาช่วยขับรถขนเครื่องไม้เครื่องมือพาเธอไปลงสนามถึงที่ และป่าผีสะอื้นนี้ก็เป็นแห่งที่สิบสาม ที่ตกลงกันจะออกสำรวจเช่นเคย
แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่พี่อาร์มจะเดินเข้าไปด้วยกัน ส่วนมากจะนั่งประจำการเฝ้าจอมอนิเตอร์อยู่ที่รถ แล้วคุยกับเธอผ่านวิทยุสื่อสารแทน มักจะคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ให้นัสนีจากรถเป็นปกติ
ใช่ ปกติแล้วเธอออกล่าท้าผีตามลำพัง และนั่นคือจุดขายที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง
ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะระลึกเหตุการณ์ ตำรวจคนเดิมกลับมาพร้อมข้าวราดหมูผัดกระเพราไข่ดาว อาหารจานที่สามของวันก็ยังเป็นข้าวโรงพักเช่นเคย ด้วยสถานะของเธอเปลี่ยนไปเพียงชั่วพระอาทิตย์ขึ้น ทำให้นัสนีกลับบ้านไปกินสตูว์ไก่มันฝรั่งของโปรดไม่ได้ แต่จะให้อะไรมากินก็กลืนไม่ลง อร่อยแค่ไหนพี่อาร์มก็ไม่กลับมาอีกแล้ว
“พอจะนึกอะไรออกแล้วหรือยังครับ”
ถึงมือจะยื่นขวดน้ำเปล่าให้อย่างเบามือ แต่น้ำเสียงของตำรวจก็ยังเย็นชา จะว่าอะไรได้ ก็ในเมื่อตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีคืนหกศพ ถ้าผู้ผ่านเหตุการณ์ในสถานที่ยังไม่เข้าใจ ก็อย่าหวังว่าใครในโลกนี้จะเข้าใจเธอ เว้นเสียแต่จะนับพวกพ่อหมอแม่หมอเป็นผู้ให้การได้ เธอจะไล่ให้ไปถามพวกผีเองเลยคอยดู
“ไม่ค่ะ ยังนึกไม่ถึงคืนที่อยู่ตรงนั้นเลย”
“คุณจะเสียเวลาไปคิดเรื่องอื่นไม่ได้ มันจะไม่เป็นผลดีกับคดีนะ แล้วก็ไม่เป็นผลดีกับคุณด้วย”
“รู้แล้ว ไว้นึกออกแล้วฉันจะบอกเองค่ะ”
เย็นชามาก็เย็นชากลับ เธอกระแทกขวดน้ำแล้วบิดฝาทีเดียวหลุด เพราะคนช่วยเปิดฝาให้ประจำไม่มีอีกแล้ว เมื่อคืนยังพูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยอยู่เลยแท้ ๆ แม้แต่ตอนนี้นัสนีก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นแค่เหยื่อหลงทาง ที่ตามหาคนรักผู้สูญหาย ไม่สมควรได้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอะไรก็ไม่รู้ ห้าคนนั่นมันมาตายในป่าพร้อมกันได้ไงก็ไม่รู้
...และแฟนขับรถตกเหวตายได้ไงก็ไม่รู้
5 ทุ่ม 17 นาที เมื่อคืนนี้
พี่อาร์มเช็คภาพจากจอมอนิเตอร์ ที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ในป่าไว้ตั้งแต่ตอนเย็น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีที่ติ เขาชูนิ้วโป้งแจ้งคุณกระต่ายโบชมพูทันที นัสนีกระโดดตัวลอยออกอาการดีใจ ได้เวลาออกล่าท้าผีในพื้นที่ใหม่สักที เธอหันไปหอมแก้มพี่อาร์มที่เฝ้าดูจออยู่ในรถ โดยไม่รู้ว่านั่นคือจุมพิตสุดท้ายที่ยังให้ชายคนรักได้อยู่
เพราะเป็นพื้นที่ป่าห่างไกลชุมชน ในละแวกนี้จึงไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต นัสนีอดผิดหวังไม่ได้ที่ไม่สามารถแสดงไลฟ์ให้ผู้ชมทางบ้านดู แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับห้วงลึกลับตรงหน้า ก็ถือว่าดื่มด่ำบรรยากาศได้ดีไม่น้อยไปกว่าพระอาทิตย์ตกดินบนเขาใกล้ ๆ กันเมื่อตอนหกโมงเย็น
“เอาล่ะ ตรงนี้น่าจะถึงแล้วล่ะ”
นัสนีถือกล้องที่พกมาด้วย มาวางไว้ตรงกองดินที่ถูกถมทิ้งไว้จนพูนออกมากลางกองใบไม้เก่าวิ่น เธอคิดว่าวิญญาณน่าจะโผล่มาปรากฏตัวตรงนี้ ตามคำรายงานในข่าวที่พบศพถูกไฟไหม้ครอกคือแถวนี้ ต่อให้คลาดเคลื่อนก็คงไม่ไกลไปกว่านี้นัก ความจริงเธอสามารถล่าท้าผีที่อื่นได้ หรือจะติดต่อสื่อสารกับผีบริเวณถนนตัดผ่านป่าก็ย่อมได้ นั่นก็เป็นจุดที่ชาวบ้านผ่านไปมามักจะขวัญผวาจากเสียงร้องไห้โหยหวน แต่นัสนีไม่คิดว่าจะได้ความมากนัก ยังไม่ใช่หลักประกันว่าเรียกดวงวิญญาณแล้วจะมาหา สู้ปักหลักตรงจุดตายเสียเลยจะมั่นใจกว่าเป็นไหน ๆ ยังไงผีก็น่าจะมาหาแน่นอน รู้สึกสบายใจกว่าเยอะ
กล้องวีดีโอบันทึกภาพผู้หญิงในชุดเดรสสีชมพูทำพิธีเซ่นผี แล้วคว่ำธูปเพื่อท้าทาย ก่อนลมเย็นยะเยือกจะกระหน่ำพัดใบไม้เก่าที่ร่วงอยู่เต็มพื้นขึ้นมา รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าสุดจิ้มลิ้ม ดวงตาเป็นประกายกวาดไปรอบ ๆ เพื่อมองหาสิ่งที่น่าจะเป็นเค้าลางของบางอย่างที่ไม่ได้อยู่โลกใบเดียวกัน
“นางโกรธแล้ว ๆ ทุกคน ทุกคนดูสิ ! ทีนี้เรามาสัมภาษณ์เธอกันเถอะ เอ๊ะ จะสัมภาษณ์ได้ไหม เดี๋ยวเรามาลองกันดีกว่าค่ะ ถ้าคุยจบค่อยง้อนางด้วยนี่ ! ช็อกโกแล็ตดูไบร้านแม่ละมึน ของดีที่พอสอจีนขอเล่า พอสอเกาบอกต่อ พอสอไทยไม่เลิฟได้ไง แล้วอย่างนี้พี่สาวในโลกวิญญาณมีหรือจะไม่ลอง ชิมเลย ! ทุกคนทางบ้านหาซื้อได้ที่หน้าโฮมเพจ แม่ละมึน หอมละมุนจนละมึน มึนไม่มึนเธอกดตะกร้าเราได้ไง ไปตำเลยทุกคน! เย้ เอาล่ะ กลับมาตั้งวงเม้าท์แซ่บกันต่อค่า”
เธอรู้ว่าการไทอินขายสินค้าในคลิปล่าท้าผีมันบ้า แต่ที่บ้ากว่าคือดันขายดี เพราะมีคนบ้าจี้ซื้อตามจริง ๆ ถึงจะไม่เข้าใจว่าทุนนิยมมันบ้าได้ขนาดนี้ยังไง แต่เงินที่หลั่งไหลเข้ามาดุจสายน้ำจะทำให้ทุกอย่างผ่านไปเองมึน ๆ เรียกว่ามึนเสียยิ่งกว่าชื่อสินค้าที่เธอเสนอขายอีก
วิธีการคุยกับผีของเธอในคืนนี้ ไม่ใช่กระดานถ้วยแก้ว ซึ่งสุ่มเสี่ยงสูงมากที่ผีจะไม่เข้ามา จะให้ฝืนแกล้งดันเป็นคำอีกต่อไปก็เกรงจะดูไม่สมจริง คืนนี้ทำทีว่าลองอัดเสียงด้วยเครื่องอัดเสียงลงเทป เป็นวิธีการที่ได้ยินผ่านสารคดีฝรั่ง ครั้งแรกให้เราตั้งคำถามลงเครื่องอัดเสียง ปล่อยเงียบไปครู่หนึ่งจึงกดหยุด แล้วลองกดอัดฟังอีกครั้งอาจจะได้ยินเสียงจากโลกฟากกระโน้นติดมาด้วยให้เร้าใจเล่น นัสนีไม่มีทางรู้ว่าเสียงจากโลกวิญญาณจะติดมากับเทปของเธอไหม ถึงไม่ติดมาก็สามารถกล่าวอ้างได้ว่านี่เป็นเพียงการทดลอง จากนั้นค่อยโทษเอาเองว่าที่นี่ไม่น่าจะมี หรือวิธีการนี้ก็ใช้ไม่ค่อยดีนัก
คลิก เสียงกดปุ่มบันทึกเสียงดังขึ้นขัดกับเสียงลมพัดกระโชก
“ฮัลโหล ฮัลโหล สวัสดีค่ะพี่สาว”
นัสนีเอียงคอถามตามสไตล์ประจำตัว เธอก็รู้ตัวอีกนั่นแหละว่าพฤติกรรมนี้มันบ้า แต่ที่บ้ากว่าคือคนดูชอบใจ และจดจำจนเป็นคาแรกเตอร์ประจำตัวไปแล้ว
“พี่สาวเป็นใคร พี่ชื่ออะไร แล้วพี่มาตายตรงนี้ได้ไง ใครเป็นคนทำ”
เริ่มมีเสียงอื่นปนแทรกมากับเสียงลมพัดโหมกระหน่ำ นัสนีพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ศัพท์ ไม่ได้ความอะไร เธอปล่อยให้เครื่องอัดเสียงทำงานต่อจนนานพอจะตอบคำถามทั้งหมดนี้ได้ แล้วใช้นิ้วกระแทกปุ่มหยุด
“เอาล่ะ ชีน่าจะตอบหมดแล้วโนะ เราลองมาฟังเสียงดูกันค่ะ เวิร์คไม่เวิร์ค ให้ช็อกดูไบทำนายกัน”
อินฟลูเอนเซอร์สาวสวยเริ่มร้องเพลงไป เต้นไป ก่อนจะกดปุ่มเครื่องอัดเพื่อเงี่ยหูฟังคำตอบ จนหมดรอบคำถามของตัวเองในนั้นแล้ว กลับได้ยินสิ่งไม่คาดคิดเล็ดลอดเข้ามาในเครื่อง มันไม่ได้มีเพียงเสียงลม หรือแม้แต่เสียงร้องไห้โหยหวนที่ไม่เหนือคาดหมายอะไร มันเป็นเสียงผู้หญิงหลายคนกำลังตะโกนพร้อมกัน ไม่เต็มประโยค และตะโกนซ้ำไปซ้ำมาจนเวียนหัว
กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป !
ความงุนงงสับสนผสมปนเปกันเต็มหัว แม้จะนับจำนวนเสียงที่ร้องตะโกนพร้อมกันนั้นไม่ได้ แต่คงจะเป็นเสียงของดรุณีทั้งห้าในเรื่องเล่า นัสนีฝืนยิ้มดีใจตอบกล้องไป ในที่สุดก็ได้ยินเสียงของนางผีป่าสะอื้นตัวจริงเสียงจริงแล้ว ก่อนจะกดคลิปอัดเสียงใหม่อีกครั้ง
“โธ่ ๆ คุณพี่สาว ตอบให้ตรงคำถามหน่อยสิคะ อ๋อ ! พี่มาหลายคนเลยตอบไม่ถูกใช่เปล่า เอางี้ ! พี่สาวโดนฆ่าจากคนละคน หรือคนเดียวกันคะ ตอบหนูหน่อย ๆ เผื่อพี่โปลิศจะช่วยพี่ ๆ ได้นะคะ นะคะ นะคะ”
กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป ! กลับบ้านไป !
ประวิงเวลาอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เป็นผล ดรุณีผีทั้งห้ายังรัวเสียงตะโกนไล่กลับบ้านไปอยู่เช่นเคย นัสนีถอนหายใจเสียดาย อุตส่าห์จับเสียงได้ทั้งทีแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าให้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่เครื่องอัดเสียงปิดไปแล้ว เสียงตะโกนไล่กลับยังดังลั่นปนกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญ อากาศรอบด้านเยือกเย็นขึ้นทุกขณะ จนเธอไม่สามารถยืนนิ่งเฉยได้อีกต่อไปแล้ว นัสนีกอดแขนตัวสั่นมองไปรอบ ๆ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นรัว ๆ ประเดี๋ยวร้องไห้ ประเดี๋ยวกรี๊ดคุ้มคลั่ง เริ่มดังอึกทึกเหมือนเสียงสัตว์ร้ายมากกว่าจะเป็นเสียงผู้หญิง ขณะที่ไม่มั่นใจว่าจะคุมสถานการณ์นี้ได้อีกต่อไปไหนแค่ไหน กล้องทุกตัวที่วางบันทึกอยู่ในบริเวณนั้นก็ทยอยตกหล่นลงมาร้าวทีละตัว เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทุกอย่างมันเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว
“พี่อาร์ม ! ตอนนี้แย่แล้วค่ะ พี่ออกมารับหนูหน่อย ที่นี่เฮี้ยนเกินเบอร์เว่อร์”
ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสายวิทยุสื่อสาร ซึ่งสำหรับพี่อาร์มแล้วไม่ปกติ เขามักจะขานรับด้วยน้ำเสียงหวาน พูดจาจ๊ะจ๋าชวนให้อุ่นใจเสมอ ตอนนี้เธอต้องการความอุ่นใจนั้นยิ่งครั้งไหน ๆ มันกลับไม่ปรากฏให้ได้ยินสักนิดเดียว
“พี่อาร์ม พี่อาร์ม พี่อย่าเงียบสิคะ พี่ตอบหนูก่อนสิคะ”
“...”
เสียงคลื่นซ่าดังเล็กน้อยมาจากปลายสาย ไม่ทันจะชื้นใจดี นัสนีก็มีอันต้องซีดเผือดแล้วโยนวิทยุสื่อสารทิ้ง เพราะเสียงที่ตอบรับกลับมาไม่ใช่เสียงของพี่อาร์ม แต่เป็นเสียงร้องไห้แล้วฮือคำรามอย่างบ้าคลั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะกลายเป็นคำเดิม ๆ ที่ตะโกนไล่เธอกลับบ้านอย่างเย็นชา
“ไม่เอา ! ไม่เอาแล้ว ! ออกไป ๆ ๆ ๆ ๆ ออกไปเลยนะ”
เสียงกรี๊ดคำรามหนนี้กลับมาจากปากของนัสนีเสียเอง ปลายเสียงอันไม่คาดคิดทำเอาสติแตกกระเจิง สองแขนที่บอบบางกลับมีพละกำลังคว้าหินก้อนยักษ์มาทุ่มใส่วิทยุสื่อสาร เหมือนกันกับสองขาเรียวเล็ก ที่วิ่งกึ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างเร็วรี่ในความมืด ไฟฉายไม่ได้หยิบมา ใช้ตาเนื้อเพ่งทุกอย่างในเงาเท่าที่จะทำได้ ชนหิน ชนต้นไม้จนนับครั้งไม่ได้ ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักเจ็บใด ๆ เสียงโหยหวนอื้ออึงที่รุมคุกคามตามหลังอยู่ อาจทำให้เธอไม่แม้แต่จะกลับมาเจ็บกับอะไรได้อีกเลยตลอดกาล
ในที่สุดก็มองเห็นเส้นตีเขตถนนลาง ๆ กลางความมืด นัสนีดีใจเป็นล้นพ้น กำลังจะได้ขึ้นรถออกไปจากเขตป่านางผีพวกนี้เสียที แต่มุมปากที่ยกขึ้นกลับพลันหุบลง ไม่มีสิ่งกีดขวางใดบนท้องถนนที่สื่อถึงลักษณะรถยนต์พี่อาร์มเลยแม้แต่นิดเดียว คราวนี้ ผู้ที่แหกปากส่งเสียงกรีดร้องสุดชีวิตกลับเป็นมนุษย์เพศหญิงเพียงหนึ่งเดียวในละแวกนั้น เธอวิ่งวนไปวนมาในบริเวณที่แฟนน่าจะจอดรถรอเธอ ก็ยังไม่เจอแม้แต่ตัวล้อรถ
พี่อาร์ม ทำไมพี่ถึงทิ้งหนูไป หายไปไหน กลับมาหาหนูก่อน !
แสงโทรศัพท์มือถือคือแสงเดียวที่ฉายสว่างในบริเวณนั้น แต่มันก็ยังเป็นแสงแห่งความสิ้นหวัง ยังอยู่นอกเขตสัญญาณตลอดเส้นถนน ไม่ว่าเธอจะวิ่งซัดโซเซตามหาสัญญาณไปทั่วอย่างคนเสียสติแค่ไหน เสียงร้องไห้ที่ดังระงมตลอดทาง ก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าไหนเสียงผีเสียงคน มันยังปนกับเสียงพายุเขย่ากิ่งไม้ จนพัดใบไม้ร่วงฮือเป็นฝนห่าเขียวไล่ตามหลังมาไม่หยุด
นัสนีไม่รู้ตัวว่า เธอวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว กว่าจะโผล่มาถึงถนนใหญ่ด้วยสภาพไม่สมประดี เคราะห์ดีที่รถของพลเมืองดีกำลังวิ่งผ่านมา เข้าใจทันทีว่าเป็นผู้เคราะห์ร้ายจึงหยุดจอดเปิดแสงไฟหน้ารถ โทรแจ้งตำรวจให้มารับตัวเธอไป ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ตามมา หญิงสาวหันตามหลังไป ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืดสงัดเงียบงัน ราวกับเรื่องราวเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ตอนที่รถตำรวจมาถึงจึงโล่งอกอย่างสมบูรณ์ เธอรีบแจ้งความคนหายทันทีที่ถึงโรงพัก ว่าจะพักผ่อนเอาแรงสักหน่อยที่นั่น แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ตาเปิดกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีหกศพ ค่ำคืนทั้งคืนมีแต่เสียงกรี๊ดกับเสียงร้องไห้ มีแต่ความมืดกับความหนาว แล้วก็ความสิ้นหวัง นัสนีพลาดนาทีฆาตกรรมช่วงไหนไป ทั้งที่พี่อาร์มของเธอทำไมไปโผล่ก้นเหวได้เธอก็ยังไม่รู้เรื่องเลยแท้ ๆ
นั่งงงอยู่ไม่กี่อึดใจ ตำรวจคนเดิมก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง เพื่อเรียงลำดับคดีให้ฟัง
“คุณมีแนวโน้มว่าจะหลุดพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย”
“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วสิคะ คุณตำรวจ ฉันนั่งนึกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ใกล้คดีพวกนั้นเลย”
“เพราะกล้องวงจรปิด กล้องวีดีโอ วิทยุบันทึกเสียง แล้วก็โต๊ะพิธีอะไรของคุณนะ มันอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุของห้าศพพวกนั้น”
สาเหตุที่เธอได้รับความเย็นชามาตลอดทั้งวันถูกเปิดเผยขึ้นแล้ว อีกฝั่งหนึ่งของเขาหินปูนเล็ก ๆ ข้างตำแหน่งล่าท้าผี เป็นจุดสังหารหมู่ของผู้ชายนิรนามทั้งห้า สภาพศพของแต่ละคนวิ่นเหวอะไปด้วยรอยแผลกรีดแทง ข้างกันของแต่ละศพก็พบมีดเดินป่าทุกเล่มเปื้อนเลือด แต่ตรวจพบแล้วว่าต่างเป็นเลือดของคนในกลุ่มเสียเอง คดีห้าศพนี้จึงถูกปิดลงด้วยเหตุทะเลาะเบาะแว้งจนทำร้ายร่างกายกันเองเสียชีวิต และบนตัวของเธอเองก็ไม่พบร่องรอยทำร้ายใดใดให้เห็น
“แล้วพี่อาร์...เอ่อ คุณธวัชชัยละคะ”
“กล้องส่องสัตว์ป่าแถวนั้นจับได้ครับ คุณธวัชชัยขับรถเป๋มาด้วยความเร็วสูง เหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง แล้วมันก็เลยขอบเขตกล้องไป พวกเราสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุ...”
โธ่พี่อาร์ม...หนูพาพี่มาตายจริง ๆ จนได้ คงจะฝีมือผีพวกนั้นแน่ ๆ
“แต่ว่า...”
เสียงของตำรวจดังขึ้นขัดห้วงสำนึกผิด และเริ่มเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณธวัชชัยกับผู้ตายทั้งห้าคน มีความเกี่ยวข้องกันครับ”
“แต่พวกเราไปกันแค่สองคนเองนะคะ เขาไม่ได้ชวนเพื่อนมาเลยด้วยซ้ำ”
“หน่วยพิสูจน์หลักฐานพบบางอย่างในมือถือของผู้ตายทั้งห้า...”
แชทกลุ่มของผู้ชายจำนวนหกคน ต่างสนทนาอย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับแฟนสาวของแต่ละคน ที่เริ่มไม่อยู่ในโอวาท จึงออกความเห็นกันว่าจะตั้งบทลงโทษพวกเธอออกมา ผลลงเอยมาที่ล่อลวงกันมารุมโทรมสั่งสอนจนถึงตาย แล้วปาดรอยนิ้วมือนิ้วเท้าเสียเหี้ยนไม่เหลือร่องรอย กร้อนผมออกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นถึงมือตำรวจ แล้วถึงลากตัวไปสุมไฟเผากันกลางป่าลึก และเรื่องราวทั้งหมดก็สืบเนื่องยาวนานมาตลอดสิบปี
โดยมีนัสนีเป็นเป้าหมายต่อไป
พี่อาร์มที่แสนดี แท้จริงแล้วหาเรื่องแบ่งปันประสบการณ์ทางเพศอันวิปริตแก่เพื่อน ๆ แต่หนที่แล้วมาเธอรอดเพราะออกสำรวจสถานที่รกร้างกลางเมืองใหญ่บ้าง มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเข้าถึงบ้าง ไลฟ์ออกอากาศบ่อยครั้งจนลงมือไม่ได้ ครั้งนี้จึงไม่ปล่อยให้โอกาสงดงามหลุดมือไป จึงนัดหมายเพื่อน ๆ ให้ออกมาปฏิบัติการครั้งนี้อีกครั้ง
ความโศกเศร้าอาลัยของเธอปลิดปลิวไปกับสายลมยามค่ำคืน เหลือเพียงความแค้นที่โหมกระพือขึ้นมาในใจ ก่อนจะดับวูบไปทันทีที่นึกขึ้นได้ว่า...บางทีห้าดรุณีผีสะอื้นในป่าแห่งนั้น อาจจะแก้แค้นให้เธอก่อนเธอจะแค้นเองเสียอีก
นัสนียกมือไหว้ขอบคุณตำรวจก่อนจะเดินทางออกจากโรงพักไป เธอตัดสินใจจะไม่ออกล่าท้าผีที่ดูไม่ให้เกียรติพวกเขาอีกแล้ว เข้าวัดไปกรวดน้ำทำบุญไปให้บรรดาพี่สาวทั้งห้าทันทีที่มีโอกาส ก่อนจะเปิดเครื่องอัดเสียงนั้นอีกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะนำมาทำลายทิ้ง
“...ช่างหัวฆาตกรมันเถอะ ช็อกโกแล็ตดูไบร้านละมึนอะไรนั่น มันไม่อร่อยหรอกนะ น้ำมันอย่างเยอะ กินแล้วอ้วน ไม่เอา ไม่ดี แล้วก็ไม่ทำอย่างนี้อีกนะ”
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่มนัสสินีไม่ได้หัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้