¦ ¦ ¦ ¦ ¦


ฉบับที่ 39 : ประจำวันที่ 15 กันยายน 2569


ความทรงจำที่เลือนหาย
โดย Araya Boonthum


ดวงตาสีดำขลับมองออกไปนอกหน้าต่าง จากชั้นบนทำให้เธอสามารถมองเห็นภูเขาที่ถูกหมอกยามเช้ากลืนกินได้อย่างชัดเจน มันดูเหมือนจะเป็นเช้าที่สดใส แต่สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ดอกรักไม่คิดว่าเธอจะต้องตื่นมาเจอกับเรื่องแบบนี้ทุกวัน ตื่นมาพร้อมกับตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของตัวเอง ว่าเธอทำได้เพียงเท่านี้อย่างนั้นหรือ และคำตอบก็คือใช่ทุกครั้ง แล้วเธอจึงเริ่มกิจวัตรในแต่ละวัน
สายตาของดอกรักเบนกลับมามองคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงช้า ๆ ขณะที่ยังอยู่ในห้วงความฝัน เขาคนนี้คือเพื่อนของเธอ แค่ในตอนนี้ หรืออาจจะตลอดไป
“อรุณสวัสดิ์” เธอกล่าวทักทายกานต์เมื่อเห็นว่าเปลือกตาของเขาเปิดขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ร่างกายขยับหนีไปจนชิดขอบเตียง ดอกรักสูดลมหายใจเข้า เธอควรจะเคยชินกับเรื่องแบบนี้เสียทีเพราะมันเกิดขึ้นแทบทุกเช้า สามีของเธอที่ไม่สามารถจดจำได้ว่าเธอเป็นใคร แน่นอนว่าดอกรักไม่ใช่คนเดียวที่เขาจำไม่ได้ เขาหลงลืมทุกคนรอบตัว หรือแม้แต่ตัวเขาเอง แต่ดอกรักคนนี้ไม่เคยลืมเขาเลยสักวินาทีเดียว
“ฉันชื่อดอกรัก เป็นเพื่อนและคนดูแลของนาย” ดอกรักพูดด้วยน้ำเสียงและภาษาที่เป็นกันเอง เธอเลี่ยงที่จะแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นภรรยาของเขา ถึงแม้แหวนแต่งงานบนนิ้วนางของพวกเขาจะดูเข้าคู่กัน แต่กานต์ก็ไม่เคยจำเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาได้เลย
ภาพของสามีที่จดจำเธอในฐานะภรรยาไม่ได้นั้นยังหลอกหลอนเธออยู่จนถึงตอนนี้ กานต์ทั้งหวาดกลัว สายตาที่เขาใช้มองเธอนั้นทำให้ดอกรักใจสลาย และนานวันเข้าอาการของเขาก็มีแต่จะแย่ลง และในที่สุดเขาก็ไม่สามารถจดจำเธอได้
“นายจำชื่อตัวเองได้ไหม” ดอกรักถาม เท้าถอยห่างจากเตียง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลกัน เฝ้ามองชายตรงหน้ามองเธอด้วยสายตาหวาดระแวง กานต์ไม่ให้คำตอบเธอ เขานิ่งเงียบ สายตายังคงมองใบหน้าของเธอ เขากำลังนึก ดอกรักรู้ เธอเฝ้าสังเกตเขาในทุกวัน
“กานต์” เขาตอบออกมาในที่สุด
ดอกรักยิ้มรับในคำตอบนั้น วันนี้เขาสามารถบอกชื่อของตัวเองได้ “ชื่อน่ารักจังเลยนะ” เธอเลือกใช้คำพูดที่เคยพูดกับเขาในอดีตมาพูดคุยกับเขา อย่างหวังว่ามันจะช่วยกระตุ้นความทรงจำได้บ้าง
กานต์เงียบไปอีกครั้ง ร่างกายที่หดเกร็งเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายออก “ดอกรัก” เขาทวนชื่อของเธอ ขณะเดียวกันกับที่ปลายนิ้วชี้สัมผัสแหวนแต่งงานอย่างไม่รู้ตัว
ดอกรักถือว่านั่นเป็นสัญญาณว่าเธอยังคงอยู่ในความทรงจำของเขา “ฉันทำข้าวต้มปลาไว้ให้” เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง ก่อนจะผ่อนมันออกมา “เมื่อวานนายบอกว่าอยากไปข้างนอกด้วยกันกับฉัน”
คิ้วของกานต์ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง สายตาหลุบลงมองมือของตัวเอง นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างถูกันไปมา “ผมจำไม่ได้ว่าบอกคุณไปแบบนั้น” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดอกรัก แววตาของเธอหมองลงทันทีที่เขาพูดจบ กานต์ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า เหตุใดเพื่อนคนนี้จึงดูเศร้าอยู่ตลอดเวลา
“ไม่เป็นไร” ดอกรักเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมผ่อนลมหายใจออกมา มันกลายเป็นนิสัยของเธอไปแล้ว ทุกครั้งที่ได้ยินว่ากานต์ไม่สามารถจำสิ่งที่เขาหรือเธอพูดได้ ร่างกายของเธอก็จะผ่อนลมหายใจออกมาทันที “ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ ฉันจะไปอุ่นข้าวต้มให้”
เมื่อกานต์พยักหน้ารับดอกรักจึงเดินออกไปจากห้อง แต่เขายังไม่ได้ก้าวลงจากเตียงในทันที สายตากวาดมองไปทั่วห้อง พยายามมองหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มช่องว่างในความทรงจำ รูปถ่ายชุดครุยที่เขากับดอกรักกอดคอกันถูกตั้งไว้ที่โต๊ะหัวเตียง นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่บอกความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน
เท้าของกานต์หย่อนลงสัมผัสกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ตอนนั้นเองที่เขาเห็นว่ามีสลิปเปอร์สีขาวปุยตั้งไว้ข้าง ๆ นั่นคงเป็นของเขา กานต์เดาจากขนาดของมัน เท้าสองข้างสอดใส่เข้าไปในสลิปเปอร์ที่แสนอบอุ่นคู่นั้น ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ
เขายังจำทางไปห้องน้ำได้ กานต์นึกดีใจกับความทรงจำของตัวเอง มือผลักบานประตูเข้าไป หน้ากระจกมีแปรงสีฟันที่ถูกบีบยาสีฟันไว้แล้วด้ามหนึ่ง เขาหยิบมันมาใช้อย่างไม่ลังเล
กานต์ใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน เขาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เพื่อนสาวจัดเตรียมไว้ให้ เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงขายาว เหมาะสำหรับวันที่อากาศหนาวเช่นวันนี้
กานต์มองตัวเองในกระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง เขาจำไม่ได้ว่าใบหน้าที่สะท้อนในกระจกนั่นคือเขา ความทรงจำของเขานั้นเลือนราง เขาพยายามที่จะจดจำ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เลือนหายไป แม้แต่ความทรงจำกับเพื่อนที่ชื่อดอกรัก เธอคงเป็นเพื่อนที่เขาสนิทและเชื่อใจมากพอที่จะมอบหมายหน้าที่ให้เธอดูแลเขา
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องทานอาหาร สายตาของเขาก็สะดุดกับภาพของผู้หญิงแปลกหน้าที่แนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนของเขา—ดอกรัก กานต์ทวนชื่อนั้นในใจ การได้เห็นดอกรักถือถ้วยข้าวต้มพร้อมกับรอยยิ้มที่มอบให้เขานั้นทำให้ความทรงจำบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว เขาเคยเห็นภาพนี้มาก่อน ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ต้องเห็นเป็นประจำจนสามารถจดจำได้
“กำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ” ดอกรักเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มขณะจัดการใส่ต้นหอม และกระเทียมเจียวลงในถ้วยข้าวต้มของกานต์ เธอจำท่าทางของเขาได้ ริมฝีปากที่เผยอออกจากกัน ดวงตาที่เบิกโตขึ้นเล็กน้อยขณะมองตรงมาทางเธอหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เขาจำบางอย่างได้ และสิ่งที่เขาจดจำได้ตอนนี้คงเป็นเธอที่เขากำลังมองอยู่
“เรารู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว” ดอกรักยิ้มให้กับคำถามนั้น เขาจำบางอย่างเกี่ยวกับเธอได้จริง ๆ ด้วย
“เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถม บ้านของนายขายของชำ” ดอกรักยิ้มให้กับความทรงจำเก่า ๆ มือกวักเรียกให้กานต์มานั่งทางมื้อเช้าด้วยกัน เธอเดินไปหยิบกาน้ำชามารินชามะลิลงในถ้วยชาตรงหน้ากานต์ แล้วจึงรินให้กับตนเองก่อนจะเล่าต่อ “ฉันเห็นนายนั่งหน้าบูดอยู่หน้าบ้านเป็นประจำก็เลยชวนคุย พอนายบอกว่าชื่อกานต์ ฉันก็เลยตอบกลับไปว่าชื่อน่ารักจังเลย”
“เหมือนกับที่เธอพูดกับผมวันนี้” กานต์มองดอกรักเป่าข้าวต้มในช้อน แล้วส่งมันเข้าปาก น่าแปลกที่เขาชอบมองอิริยาบถของผู้หญิงคนนี้ ทั้งที่ตนไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอด้วยซ้ำ
“อันที่จริงฉันแค่อยาก...” ดอกรักเอ่ยออกมาหลังกลืนข้าวต้มไปแล้ว เธอลังเลที่จะพูดมันออกไป ถึงแม้จะรู้ว่าต่อให้พูดหรือบอกเล่าเรื่องอะไรไปอีกฝ่ายจะลืมในที่สุด “ฉันแค่อยากให้นายจำเรื่องของเราได้”
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเคล้นหัวใจของเขา มันเจ็บปวดอย่างที่เขาไม่อาจอธิบายได้ว่ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเห็นรอยยิ้มค่อย ๆ จางหายไปจากใบหน้าของดอกรัก “ผมขอโทษ” สายตาของกานต์หลุบลงมือช้อนในมือที่เขี่ยข้าวต้มในถ้วย
“ไม่ใช่ความผิดของนายเสียหน่อยที่จำไม่ได้” ดอกรักอยากยื่นมือออกไปสัมผัสกับมือของกานต์ กอดปลอบใจ จุมพิตลงบนหน้าผากของเขาเหมือนอย่างที่เคยทำ แต่หากเธอทำแบบนั้นเขาจะหวาดกลัวเธอหรือเปล่า ตอนนี้อีกฝ่ายมองเธอเป็นแค่เพื่อน “ไม่ต้องโทษตัวเองไปหรอก ฉันจะคอยเตือนความจำให้เอง”
กานต์เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสาว เขาเห็นสายตาเศร้าสร้อยของเธออีกแล้ว ความเศร้าทั้งหมดของดอกรักเป็นเพราะเขางั้นหรือ กานต์ไม่ได้ถามออกไป เพราะเขาพอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว “ขอบคุณครับ”
แล้วบทสนทนาระหว่างมื้ออาหารก็จบลงเพียงเท่านี้ พวกเขาก้มหน้าก้มตาทานอาหารจนหมด และระหว่างนั้นดอกรักก็คอยเติมชามะลิลงในถ้วยชาของกานต์เป็นระยะ ๆ สายตาของทั้งคู่เหลือบมองกัน และบางครั้งก็สบกัน แต่ก็ไร้คำพูด กระทั่งกานต์อาสาล้างจานให้ ระหว่างที่มือของเขาทำความสะอาดภาชนะอยู่นั้น เขาก็พยายามคิด คิดว่าอะไรทำให้ดอกรักดูเศร้าหมองตลอดเวลา เป็นเพราะเขาลืมทุกอย่าง แน่นอนว่าเป็นเพราะเรื่องนั้น แล้วทำไมเธอยังอยู่กับเขาอีกล่ะ ทำไมถึงไม่ทิ้งเขาไว้ ทิ้งสาเหตุที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ กานต์จำช่วงเวลากับเธอในฐานะเพื่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เราไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม” ดอกรักเอ่ยปากชวน กานต์ไม่เห็นว่าเธอกำลังทำสีหน้าแบบไหนตอนที่พูดออกมา แต่ความลังเลเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้น “เหมือนอย่างที่นายบอก น่าเสียที่เมื่อวานฝนตก เราเลยไม่ได้ออกไปไหนด้วยกัน อีกอย่างพรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงาน”
กานต์จัดเก็บจานในที่ของมัน น่าแปลกที่ร่างกายสามารถจดจำได้ว่าอะไรควรวางไว้ตรงไหนโดยที่เขาไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ แต่เขากลับจำเรื่องของดอกรักและคนอื่น ๆ ไม่ได้
“เอาสิ” กานต์หันกลับมามองเพื่อน ดอกรักไม่ได้มองเขาตอนพูดด้วยซ้ำ เธอหันหลังให้ขณะที่กำลังเช็ดโต๊ะอาหารอยู่ และเขาเองก็ไม่อาจเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าเช่นไรตอนที่เขาตอบตกลงไป เพราะเขาจำอะไรเกี่ยวกับดอกรักไม่ได้ บางทีเธออาจจะกำลังยิ้มกระมัง
“พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกตอนเย็น นายอยากไปไหนหรือเปล่า—ไม่สิ ฉันเลือกเอง” แล้วดอกรักจึงหยุดเช็ดโต๊ะ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาทางกานต์ เธอกำลังยิ้มอยู่จริง ๆ ด้วย
หัวใจของกานต์กระตุกวูบ ก่อนจะเต้นเร็วขึ้น และเร็วขึ้น เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดกับอีกฝ่ายในฐานะเพื่อนจริงหรือเปล่า  


“เราเคยมาติวสอบที่นี่ด้วยกัน” ดอกรักอธิบายขณะส่งแก้วกาแฟลาเต้ร้อนให้กับกานต์ สายตามองไปทางห้องสมุดที่อยู่ข้างกัน มือขยับเก้าอี้แล้วหย่อนตัวนั่งลง มืออีกข้างมีกาแฟลาเต้เย็นของเธอเอง ดอกรักไม่ได้ดื่มมันในทันที เธอยังคงเล่าเรื่องในอดีตต่อไป “นายสอนเก่งมากเลย ตอนนั้นฉันน่ะภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเลยสักนิด แต่นายทำให้ฉันเข้าใจมันได้ และยังทำให้ฉันได้ใช้มันต่อยอดมาจนถึงตอนนี้”
“คุณทำงานเกี่ยวกับภาษา” กานต์ตั้งข้อสังเกต และเขาก็ได้รอยยิ้มของเธอเป็นเครื่องยืนยันในการอนุมานของเขา “แล้วผมล่ะ ผมทำงานอะไรก่อนที่ผม... ก่อนที่ผมจะลืมทุกอย่าง”
รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าของดอกรักอีกครั้ง แต่เพียงแค่ครู่เดียวมันก็กลับมาเมื่อเธอเปิดปากเล่าให้เขาฟัง “นายเป็นศิลปิน” สีหน้าของเธอดูภูมิใจในสิ่งที่พูด “จิตรกร... นายวาดพวกมันออกมาได้น่าทึ่งมาก” น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แต่เธอพยายามที่จะไม่ให้มันไหลออกมา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมองใบหน้าของเธออยู่ก็ตาม เขาคงเห็นดวงตาเปียก ๆ คู่นี้ของเธอไปแล้ว “ภาพที่ยังไม่ถูกซื้อไปยังจัดเก็บอย่างดีอยู่ในสตูดิโอของนาย ไว้กลับบ้านไปฉันจะให้ดู”
กานต์พยักหน้ารับ เขารู้สึกตื้นตันที่ดอกรักดูภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น—เคยเป็น กานต์ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดอกรักสามารถจดจำเครื่องดื่มของเขาได้ด้วยเช่นกันว่าเขาชอบอะไร กาแฟลาเต้ร้อนใส่น้ำเชื่อมเฮเซลนัต
“อยากเข้าไปรำลึกความหลังในห้องสมุดกันไหม ไปยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านสักเล่ม ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมีหนังสืออยู่หลายเล่มแล้วก็เถอะ” ดอกรักหัวเราะแกน ๆ น้ำตาของเธอที่เหือดแห้งไปแล้วกลับมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงความทรงจำที่มีแต่เธอเท่านั้นที่จำได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากแบ่งปันความทรงจำนั้นให้กับกานต์ด้วยเช่นกัน
เขายิ้มให้กับคำเชิญชวนนั้น แต่กลับเอ่ยคำปฏิเสธออกมา “ไม่เป็นไรครับ” เขาพอจะเดาได้ว่าหากเข้าไปในห้องสมุดแล้วเขาจดจำอะไรไม่ได้ ดอกรักคงเสียใจแน่ ตอนนี้เองก็เช่นกัน เธอผิดหวังที่เขาปฏิเสธ ไม่ว่าจะทางใดอีกฝ่ายก็ต้องเจ็บปวด
“ถ้าอย่างนั้นเราดื่มกาแฟเสร็จแล้วก็ค่อยกลับบ้านกันดีกว่า” สายตาของดอกรักมองออกไปนอกร้านกาแฟ เมฆทะมึนกำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้ ดูเหมือนพยากรณ์อากาศจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ฝนคงจะตกก่อนถึงบ่ายด้วยซ้ำ “ฉันไม่อยากให้พวกเราเปียกฝนกัน” ความสดใสค่อย ๆ หายไปจากน้ำเสียงของดอกรักเช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ที่ถูกเมฆฝนกลืนกินไป  




กานต์มองดูสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ดอกรักพูดถูกเรื่องฝน นี่เพิ่งจะเที่ยง และสายฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ภูเขาที่อยู่ใกล้กันนั้นถูกสายฝนโหมกระหน่ำจนไม่สามารถมองเห็นมันได้อีก
ดอกรักพาเขามาอยู่ในสตูดิโอตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนเธอก็กลับไปยังห้องนอนของตัวเอง บอกว่ามีงานสำคัญต้องทำ กานต์ไม่ได้รั้งอีกฝ่ายไว้ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองนั้นเป็นภาระชิ้นโตให้กับเพื่อนคนนี้
กานต์ผละออกจากหน้าต่าง ทิ้งสายฝนไว้เบื้องหลัง แล้วกลับมาสนใจข้าวของของเขา เฟรมผ้าใบจำนวนมากถูกวางเรียงรายไว้ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสขอบที่ถูกทาด้วยสีดำ พวกมันไร้ฝุ่น ดูเหมือนดอกรักจะดูแลงานของเขาเป็นอย่างดี เธออาศัยอยู่ที่นี่กับเขา ดูแลทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ทั้งยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านอีกต่างหาก แล้วเขาก็ทำได้แค่เดินเอ้อระเหยไปมาในบ้าน หลงลืมสิ่งที่ตัวเองเคยทำได้ หรือบางที... กานต์มองฝ่ามือของตัวเอง เขาควรจะเชื่อในความทรงจำของกล้ามเนื้อ
สองเท้าผละออกจากกองงานที่วางเรียงราย สายตาของเขาเห็นสมุดสเก็ตช์บนโต๊ะตอนเข้ามา ดินสอ ปากกา และแท่งถ่านถูกวางไว้ข้างกัน ราวกับเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งใช้งานมันไป กานต์พลิกหน้ากระดาษไปยังภาพก่อนหน้า ภาพของบุคคลมากมายอยู่ในนั้น พร้อมด้วยชื่อที่เขียนกำกับไว้ เป็นเขาเองที่ทำแบบนี้ เพื่อทบทวนความจำของตัวเอง ในบรรดาภาพทั้งหมดนั้น มีภาพของดอกรักมากกว่าใครเพื่อน และในทุกภาพก็จะถูกเขียนกำกับไว้ว่าภรรยา สุดที่รัก เพื่อนรัก
ดวงตาของกานต์ปิดแน่น เขาพยายามนึก นึกภาพของดอกรัก ดอกรักที่เป็นทั้งเพื่อนและภรรยา เพื่อนเพียงคนเดียวที่ยังคอยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขาไม่มีใคร ตอนนี้เขาจำได้แล้ว
กานต์ปิดสมุดสเก็ตช์ลง ดวงตาเบิกโพลง คำพูดของดอกรักดังกึกก้องในหัวของเขา เขาจำได้แม้แต่น้ำเสียงที่เธอใช้พูดประโยคนั้น มันทั้งเศร้า เต็มไปด้วยความกลัว และเบาหวิว แต่เขาจำได้
ต่อให้นายจะลืมฉันไป ฉันก็จะอยู่ข้างนาย อาจจะไม่ใช่ในฐานะภรรยา แต่ฉันจะเป็นเพื่อนนายไปตลอดจนกว่าความตายจะแยกเราจากกัน
กานต์เปิดประตูห้องของดอกรักเข้าไป เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอไม่แม้แต่จะเปิดแล็บท็อปด้วยซ้ำ เธอกำลังร้องไห้ ดวงตาของดอกรักเบิกกว้างอย่างตกใจกับการปรากฏตัวที่กะทันหันของเขา
“ผมจำได้แล้ว” กานต์เอ่ย เขาไม่ได้อธิบายอะไรต่อ megrup’แสดงมันออกมาให้ดอกรักรู้ ด้วยอ้อมกอดที่เธอต้องการ เธอเองก็ต้องการเพื่อนคอยปลอบประโลมความเศร้าเช่นกัน
ทั้งสองโอบกอดกันแน่น ราวกับนี่เป็นตอนจบที่แสนสวยงามของเทพนิยาย แต่นี่คือชีวิตจริง และมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น พวกเขายังต้องใช้ชีวิตไปด้วยกันอีกยาวนาน จนกว่าความตายจะพรากพวกเขาจากกัน
“เดี๋ยวนายก็จะลืม” ดอกรักกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่เธอจะไม่ลืมความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เธอจะจดจำทุกอย่างไว้ด้วยตัวเธอเอง แล้วส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้กับกานต์อีกครั้ง และอีกครั้ง ตลอดไป





ขอสงวนสิทธิ์ข้อความทั้งหมดภายในเว็บไซท์
Copyright by http://www.espressoandcigarette.com