¦ ¦ ¦ ¦


ฉบับที่ 32 : ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569


ร้านซาลาเปาที่เวลาไหลช้า
โดย ปิยะโชค ถาวรมาศ


ในบรรยากาศสีเหลืองหม่นจากไฟถนนยามดึก ที่ร้านรวงข้างทางปิดไปหมดแล้ว รถตู้เก่ากรังสีหม่นพรางตัวไปกับแสงสลัว จอดนิ่งอยู่ในที่ว่างริมถนนเช่นทุกคืน จะมีแค่ป้ายไฟสว่างไสวโดดเด่นให้พอรู้ว่าเป็นร้านขายซาลาเปา ช่องเปิดด้านข้างถูกดัดแปลงเป็นหน้าร้าน ซึ้งนึ่งปล่อยไอน้ำฟุ้งขาวลอยปกคลุมเหมือนหมอกจางๆ ...All the leaves are brown… And the sky is gray… ถ้อยคำเพลงเก่าล่องลอยจากลำโพงเก่าเสียงแตกพร่า ปะปนกับไอน้ำลอยเอื่อย
เหลียง--- ชายวัยกลางคนเจ้าของรถซาลาเปายังคงอยู่ยามเฝ้าร้าน หลังม่านไอนั้นเขาติดอยู่กับจังหวะเนิบช้าในคืนเงียบเหงาแบบนี้มานับร้อยนับพันครั้ง ยังคงฮัมทำนองเพลงเก่า โยกตัวเบาๆ ไปกับจังหวะแปลกแยก เช่นเดียวกับทุกคืนที่ผ่านมา
ในซอยเล็กไม่คึกคักเท่าถนนเส้นหลักที่ไม่เคยหลับไหล ร้านซาลาเปาเป็นแสงสว่างเดียวของทั้งซอย เหลียงจะเปิดร้านเมื่อร้านค้ากลางวันปิดและจะปิดก่อนที่ร้านอื่นๆ จะเปิดในตอนเช้า เขาเลี่ยงการแข่งขันที่ดุเดือดในกลางวัน จึงเลือกขายลูกค้ากลุ่มน้อยในกลางคืนแทน ขายไม่ได้มากเท่าแต่ไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร แบบนี้สบายใจกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งอาหารผ่านแอพฯ เดลิเวอรี่ จะมีแค่เหล่าไรเดอร์แวะเวียนมารับอาหาร เขาแทบไม่เคยได้เห็นหน้าลูกค้าตัวจริง แม้หน้าร้านจะแทบไม่มีลูกค้า แต่เขาเหลียงก็ยุ่งกับการจัดเตรียมออเดอร์ออนไลน์ ตั้งแต่เปิดร้านจนถึงตีสามที่เครื่องรับออเดอร์จะส่งเสียงดังตลอดเวลา แต่พอหลังตีสามจะเป็นเวลาแห่งความเงียบสงบ เมื่อมนุษย์ราตรีทยอยหลับไหล ส่วนมนุษย์กลางวันก็ยังไม่ถึงเวลาตื่น ไม่มีคำสั่งซื้อ ไม่มีไรเดอร์ เหลียงไม่ชอบเวลาหลังตีสามที่เงียบจนเกินไป แต่จะปิดร้านกลับบ้านก็เงียบยิ่งกว่า เขาจึงเลือกอยู่กับการรอคอยให้ใครสักคนแวะมา
ในทุกคืนตีสามที่เวลาไหลเชื่องช้า เหลียงจะหนีความคิดฟุ้งซ่านเข้าไปในจอเล็ก ท่องไปในโลกออนไลน์โดยไร้จุดหมาย แวะดูใบหน้ามากมายของเพื่อนที่ไม่เคยพบเจอ กดหัวใจแสดงตัวตน พิมพ์ข้อความทักทายที่ไร้การสานต่อ คนเดียวที่ตอบเขาอยู่เสมอคือโทนี่แชทบอท ที่ต้องจ่ายรายเดือนจ้างบริการเอไอมาเป็นเพื่อนคุย ปล่อยให้เสียงสังเคราะห์พูดพร่ำ เหมือนเปิดวิทยุกลบความเงียบ บางคืนจะมีสีสันขึ้นมาเมื่อได้ถกเถียงกับผู้คนในโลกเสมือน การได้ออกความเห็นในความขัดแย้งทางความคิดที่มีอยู่มากมายในอินเตอร์เน็ตก็ ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้บ้าง
------------------------------------------------------------------
...I've been for a walk... On a winter's day... เพลงเก่าแผ่วเบาล่องลอยปะปนกับเศษฝนปลายฤดู ละอองเย็นที่พัดลอยฟุ้งในบรรยากาศสีเหลืองหม่น ยิ่งทำให้ตีสามของเหลียงนั้นหดหู่ยิ่งกว่าเก่า
เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องจักรยานไฟฟ้าทำลายความเงียบ ดึงเหลียงจากภวังค์เสียงเพลง ไรเดอร์หนุ่มคุ้นหน้าที่มารับซาลาเปาอยู่หลายครั้ง จอดรถยิ้มกว้างทักทาย
“ขอหลบฝนตรงนี้หน่อยนะเฮีย” เด็กหนุ่มปีนขึ้นนั่งเก้าอี้สูงข้างรถโดยไม่รอให้เหลียงเอ่ยปากอนุญาติ ผ้าใบที่ขึงจากตัวรถพอจะหลบฝนอยู่ได้บ้าง
“บนถนนหนาวมาก ขอมาพึ่งไออุ่นจากซึ้งซาลาเปาเฮียหน่อยนะ” เด็กหนุ่มยิ้มอารมณ์ดี น้ำฝนยังเคลือบใบหน้า เหลียงไม่ชินกับการที่มีคนมานั่งอยู่หน้าร้าน ปกติปกติไรเดอร์จะเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา เคยแค่ทักทายกันตามมารยาท อากาศร้อนหนาวฝนตกหรือไม่ เป็นถ้อยคำไม่กี่คำที่เหลียงจะได้พูดคุยกับผู้คนในแต่ละวัน เหลียงไม่เก่งจะคุยกับคนแปลกหน้า จึงชงชาร้อน เลื่อนแก้วอุ่นให้เด็กหนุ่มพร้อมซาลาเปาหมูแดงควันฉุย แทนบทสนทนาเพื่อลดความอึดอัดกับคนแปลกหน้า
“ลองชิมดู ชานมร้อนสูตรจากทางใต้ ฝนตกต้องจิบชาจะได้อุ่นๆ กินกับซาลาเปายิ่งอร่อย กินเลยไม่คิดเงิน”
“โอ้ว... ขอบคุณครับเฮีย เดี๋ยวผมจ่ายให้ครับ ผมเกรงใจ”
“ไม่เป็นไร ไม่ได้มากมายอะไร” เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง นานแค่ไหนที่ไม่ได้รับน้ำใจแบบนี้
“ชื่อเพลง California Dreamin’ โห เพลงก่าตั้งแต่ยุค 60 แน่ะ ก่อนผมเกิดหลายปีเลย เฮียชอบฟังเพลงเก่าหรือครับ ผมได้ยินเฮียเปิดบ่อยเลย” เด็กหนุ่มเอาโทรศัพท์จ่อลำโพงเพื่อค้นหาข้อมูลเพลง หาเรื่องคุยเล่น ระหว่างจัดการกับซาลาเปา
“เทปเก่ามันติดมากับเครื่องเล่นเทปของรถคันนี้น่ะ ถึงเสียงจะไม่ดียังพอเปิดได้อยู่ ฟังแล้วแก้ง่วงดี” เหลียงกดตลัปเทปออกจากเครื่องเล่น ยื่นโชว์เด็กหนุ่ม
“โห... เปิดจากเทปเลยเหรอเฮีย ของวินเทจเลยนะเนี่ย แต่ในแอพฯ ก็มีเพลงนี้นะผมเสิร์ชดูแล้ว ฟังในมือถือดีกว่าเฮีย เสียงมันดีกว่าลำโพงเก่าๆ ของเฮียนะ”
“เพลงยุค 60 ก็ต้องฟังจากเทปสิถึงจะเข้ากับยุคของเพลง”
“ก็จริงของเฮีย เสียงลำโพงแตกๆ เหมาะกับร้านเฮียดี จะว่าไปร้านเฮียนี่เหมือนฉากในหนังฝรั่งเก่าๆ เหมือนกันนะ ดูคลาสสิคดี ติดที่เฮียนี่หน้าตาจะออกไปทางฮ่องกงมากกว่า” เหลียงได้แต่ยิ้มน้อยๆ ไม่ชินกับการได้คุยหยอกล้อกับคนอื่น
“ผมไปก่อนนะครับ ออเดอร์เด้งแล้ว ขอบคุณสำหรับซาลาเปากับชานะครับ อร่อยมากๆ เลย ไม่ได้ชมเพราะของฟรีนะ ซาลาเปาเฮียนี่อร่อยที่สุดแล้ว” คำชมที่เหลียงไม่ได้ยินมานาน รู้สึกดีมากกว่าได้อ่านคำชมจากลูกค้ามากมายจากรีวิวในหน้าแอพฯ
“ผมชื่อเฟยนะเฮีย วิ่งไรเดอร์อยู่แถวนี้แหละ คงได้เจอกันอีกบ่อยๆ แล้วเฮียชื่ออะไรครับ”
“ชื่อเหลียง เหมือนชื่อร้าน ---เหลียงซาลาเปา”
เฟยยกมือไหว้ลา ก่อนควบจักรยานไฟฟ้าหายไปในความมืด ตีสามในคืนฝนโปรยนั้น สองคนแปลกหน้า ที่ไม่ได้แนะนำตัวเองกับใครและไม่มีใครสนใจถามชื่อมานาน ได้ทำความรู้จักกัน มิตรภาพเล็กๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างไออุ่นจากแก้วชาและซาลาเปา
...I'd be safe and warm... If I was in LA... เหลียงกดตลับเทปลงเครื่องเล่นเอีกครั้ง รู้สึกได้ว่าค่ำคืนนี้เพลงเดิมแปลกกว่าที่ผ่านมา...
------------------------------------------------------------------
ผ่านปลายฝนสู่ต้นหนาว หลังจากซาลาเปาหมดไปหลายสิบใบ ชาร้อนหมดไปนับร้อยแก้ว และถ้อยคำสนทนามากมายเกินนับ เฟยก็กลายส่วนหนึ่งของฉากรถซาลาเปา ในระหว่างพักหรือหลังจากเลิกงานเขาก็จะแวะมา โดยเฉพาะหลังตีสามที่เฟยรู้ว่าร้านจะไม่ค่อยมีออเดอร์ เหลียงจะว่างมานั่งคุยเล่นได้ พี่ชายร้านซาลาเปาแม้จะพูดน้อย แต่ก็ใจดีกับเขาอยู่เสมอ หลังจากผจญภัยบนท้องถนนมาทั้งคืน เฟยจะใช้ร้านซาลาเปาเป็นที่พักกายพักใจ ปรับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบให้ช้าลง ชั่วขณะที่ได้จิบชาร้อนๆ นั่งมองไอน้ำลอยเอื่อยผ่านแสงไฟ เป็นเวลาสงบสุขที่ทำให้ลืมความเครียดที่รุมเร้ามาตลอดคืน และสำหรับเหลียง การได้พูดคุยกับผู้คนบ้าง ก็ไม่เลวเลยทีเดียว ความช่างพูดของเฟย ทำให้เหลียงต้องพูดมากตามไปด้วย บทสนทนาของสองคนที่เคยแปลกหน้าก็ยืดยาวขึ้นทุกครั้งที่พบกัน บางครั้งเฟยก็พาเพื่อนไรเดอร์มาด้วย รถซาลาเปาที่ห่างหายเสียงหัวเราะไปนาน ก็ครึกครื้นขึ้นมา จากตีสามที่เหลียงเคยไม่ชอบ กลายมาเป็นตีสามที่เขาเฝ้ารอ
...California dreamin'...On such a winter's day... เพลงเดิมๆ ยังเล่นซ้ำ ในบรรยากาศเงียบเหงาของตีสาม ถ้อยคำจากเพลงเก่าชัดเจนขึ้น เมื่อดังมาจากโทรศัพท์ของเฟย เด็กหนุ่มปล่อยใจล่องลอยไปกับไอน้ำลอยฟุ้งกับจังหวะคึกคักแปลกแยกจากบรรยากาศ
“เพลงนี้มีความหมายยังไงเฮีย การตามหาฝันในเมืองใหญ่เหรอ ผมไม่ค่อยเก่งภาอังกฤษ”
“ถ้าแปลตรงๆ เพลงพูดถึงการหนีจากเมืองหนึ่งที่อากาศหนาวไปอีกเมืองที่หวังว่าจะอบอุ่นกว่า แต่เฮียว่าเพลงนี้พูดถึงการตามหาฝันนะ ฝันแห่งแคลิฟอร์เนียไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่อาจจะหมายถึงความหวัง การแสวงหาที่ทางของตัวเอง หรือการแสงหาความสัมพันธ์กับผู้คนนะ”
“ผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรซับซ้อนแบบนี้หรอก แต่ก็คล้ายๆ ชีวิตผมนะเฮีย กรุงเทพฯ นี่ก็เหมือนฝันแคลิฟอร์เนียสำหรับผม”
ไม่รอให้ถามเรื่องราวชีวิตของเด็กหนุ่มก็พรั่งพรู ตั้งแต่ฝันในวัยเด็กที่อยากเรียนเอาปริญญา ตั้งใจสอบราชการให้ได้เพื่อชีวิตที่มั่นคง แต่ในความเป็นจริงครอบครัวมีเงินส่งให้แค่ ม.3 ต้องมาช่วยทำนาเหมือนพี่น้องคนอื่น แม้จะกรำงานหนักหนี้สินของครอบครัวก็ยิ่งมากขึ้น ความอัตคัดบังคับให้เขาต้องลงจากดอย สู่เมืองหลวงที่ใครๆ ก็ว่าหาเงินได้ง่ายกว่า เด็กหนุ่มจากเมืองเหนือแบกความหวังหนักอึ้งมุ่งสู่เมืองหลวง ฝันหวานว่าเมืองศิวิไลซ์จะทำให้ชีวิตดีขึ้น คิดถึงการปลดหนี้ให้ครอบคัว คิดไปถึงการปลูกบ้าน แต่เมืองใหญ่มักกลืนกินความฝันของผู้คนอยู่เสมอ ชีวิตไม่ง่ายเหมือนที่คิด ยิ่งขยันความฝันยิ่งไกลห่าง เขาจึงตั้งเป้าหมายใหม่แค่เดินถึง ตั้งใจเก็บออมให้พอซื้อมอเตอร์ไซต์มือสองสักคัน จะได้ส่งอาหารได้เร็วขึ้น จะได้มีรายได้มากขึ้น
เหลียงชงชาแก้วใหม่ทดแทนแก้วเปล่า หวังว่ากลิ่นหอมๆ ของชา จะเยียวยาหัวใจเฟยได้บ้าง เมื่อเฟยเปิดใจไปแล้ว ก็ถามหาเรื่องราวของเหลียง เขาอยากรู้มานานว่าทำไมรถซาลาเปาถึงมาลงเอยอยู่ตรงนี้ หลังจากอิดออดปฎิเสธไปหลายครั้ง เฟยใม่ยอมแพ้คะยั้นคะยอจนเหลียงใจอ่อน ชาแก้วต่อไปจึงแกล้มด้วยเรื่องราวของเหลียง
เหลียงเป็นลูกชายร้านซาลาเปาในเมืองเล็กๆ แม่จากไปสวรรค์ตั้งแต่เขายังเด็ก เรียนมหาวิทยาลัยได้ครึ่งทาง พ่อก็ตามแม่ไป ทำให้ไม่มีเงินเรียนต่อ ต้องมารับช่วงร้านต่อจากพ่อ วิชาทำซาลาเปาคือวิชาเดียวที่มีติดตัวและได้พึ่งพาหาเลี้ยงชีวิต ขายซาลาเปาอยู่บ้านได้ไม่นาน ก็มีคนรักเข้ามาช่วยกันขาย คนรักของเหลียงนั้นฝันไกลกว่า ชักชวนให้ลงทุนกับรถฟู้ดทรัคตามสมัยนิยม เขาจึงตัดสินใจขายบ้านของพ่อ ซื้อรถตู้เก่ามาดัดแปลงเป็นรถขายซาลาเปา สองคนตระเวนขายซาลาเปาไปในหลายเมือง ต่อมาก็ตัดสินใจออกจากบ้านเกิดสู่เมืองหลวงหวังจะติบโตยิ่งขึ้น รถซาลาเปาคันเก่าพาหนุ่มสาวหอบฝันจากแดนใต้สู่เมืองใหญ่ ตระเวนขายซาลาเปาไปทั่ว ขายดีกว่าที่ผ่านมา จนกล้าตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น เหลียงคิดไกลไปถึงการลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว
แต่ฝันหวานก็ไม่ต่างจากไอน้ำจากซึ้งนึ่ง ลอยฟุ้งเพียงไม่นานก็จางหาย เหลียงต้องฝันค้างอีกครั้งเมื่อคนรักจากลา ฝันใหม่ของเธอเป็นจริงได้กับคนอื่น ทั้งคนเก่า รถเก่า และฝันเก่าๆ จึงถูกทิ้งไว้กลางทาง เมื่อเหลือตัวคนเดียว ก็เหมือนเข็มทิศชีวิตหล่นหาย พลัดหลงไปในภาพชีวิตที่เลือนราง จึงตัดสินใจตั้งหลักก่อน ค่อยคิดอีกทีว่าชีวิตจะเดินไปทางไหน ไร้แรงบัลดาลใจ ไร้แรงผลักดัน จนไม่อยากตระเวนขายของอีก เจอที่ว่างให้เช่าราคาถูก จึงตัดสินใจเช่าจอดขายซาลาเปาอยู่กับที่ จากนั้นก็ขายซาลาเปาไปวันๆ พอเลี้ยงตัว รอคอยเวลาบางอย่างที่เขาก็ไม่เคยแน่ใจว่าคืออะไร รถตู้ที่เก่าอยู่แล้วก็ยิ่งผุพังไปตามกาลเวลาจนขับไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ติดอยู่ข้างถนนเส้นนี้มาหลายปี
หลังจากสองคนแลกเปลี่ยนเรื่องราว ก็เหลือแค่เพียงความเงียบสงบ เฟยได้แต่พยักหน้าช้าๆ รินชาเติมให้แก้วเหลียงบ้าง
“เราสองคนคล้ายกันนะเฮีย ไปไม่ถึงฝันแห่งแคลิฟอร์เนียเหมือนกัน เรามาแต่งเพลงฝันค้างที่กรุงเทพฯกันดีกว่า ไม่แน่ยอดวิวจะทะลุล้านก็ได้นะ” เฟยพูดพรางหัวเราะเปลี่ยนบรรยากาศ เหลียงได้แต่ส่ายหน้าไม่เอาด้วย
“ถ้าผมทำซาลาเปาได้อร่อยแบบเฮียนะ จะไม่มานั่งตบยุงเฝ้าร้านทั้งคืนแบบนี้หรอก เปิดร้านขายกลางวันนี่รับรองลูกค้าเพียบ ผมจะไปขายแข่งกับพวกร้านดังๆ หาเงินให้ได้เยอะๆ”
“ไม่ดีกว่า ไม่อยากวุ่นวายแข่งกับคนอื่น แค่นี้ก็พออยู่ได้”
“ไม่เอาน่าเฮีย เฮียยังหนุ่มชีวิตยังอีกยาวไกล จะมานั่งหงอยข้างถนนแบบนี้ไม่ได้นะ ขายกลางวันมีลูกค้าเยอะๆ สนุกดีออก ฝีมือแบบเฮียรับรองทำไม่ทันขายแน่ๆ เดี๋ยวผมช่วยเอง จ้างผมเป็นผู้ช่วยนะ ผมเบื่อจะขับรถส่งอาหารแล้ว” ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเหลียง ร้านซาลาเปาที่ขายดีจนทำไม่ทัน เขาเคยวาดภาพฝันนั้นไว้แต่ก็หายไปพร้อมกับครั้งที่รักจากลา
------------------------------------------------------------------
ค่ำคืนล่วงเลยจนฤดูเปลี่ยน อากาศร้อนไล่ลมหนาวไปจนหมดสิ้น ร้านซาลาเปาในค่ำคืนของฤดูร้อน ยังเหมือนฉากหนังเก่าที่วนซ้ำ ตีสามของเหลียงกลับมาเงียบสงัดอีกครั้งหลังจากที่ เฟยบอกความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเขา เฟยเก็บเงินได้มากพอจะซื้อรถมอเตอร์ไซต์ จึงตัดสินใจลงสู้ในสนามที่ใหญ่ขึ้น จากไรเดอร์ส่งอาหารเป็นไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารในช่วงกลางวัน รายได้ที่มากขึ้นคือสิ่งเร้าให้เขาต้องเร่งชีวิตให้เร็วขึ้นอีกครั้ง
“ต่อไปผมคงไม่ค่อยได้แวะมาร้านเฮียแล้วล่ะ กว่าร้านเฮียจะเปิดผมคงหมดแรงหลับไปแล้ว ผมคงคิดถึงซาลาเปากับชาร้อนของเฮียแน่ๆ เลย”
แม้ไม่ใช่การบอกลากัน แต่เส้นทางชีวิตกลางวันของเฟย ก็ยากที่จะบรรจบกับชีวิตมนุษย์กลางคืนแบบเหลียง และแล้วเฟยก็กลายเป็นแค่เพื่อนในบัญชีโซเชียลของเหลียง ที่นานๆ ทีจะส่งข้อความทักทายกันบ้าง และค่อยๆ เว้นระยะห่างออกไปตามจังหวะชีวิตที่ไม่เท่ากัน
เมื่อไม่มีแขกประจำ ตีสามของทุกคืนน่าเบื่อยิ่งกว่าเคย เหลียงยังคงนั่งอยู่หลังม่านไอน้ำ วนเวียนอยู่กับกิจกรรมประจำคืนซ้ำซาก นั่งรอเสียงเครื่องรับออเดอร์ดัง ยิ้มทักทายไรเดอร์ที่มาแค่รับซาลาเปาแล้วก็ไป ชักชวนใครให้มาดื่มชาด้วยกัน ทุกคนก็รับไว้แค่น้ำใจ เวลาที่เสียไปกับการจิบชาคือรายได้ที่เสียไปด้วย เหลียงใช้เวลาส่วนใหญ่ก้มหน้า ไถนิ้วไปบนจออย่างไร้จุดหมาย จมไปในเพลง หายไปในหนัง วนเวียนดูชีวิตคนอื่นที่ไม่เคยรู้จัก โพสต์ข้อความที่ไม่รอใครตอบกลับ จ่ายเงินซื้อแพคเกจที่แพงที่สุด ปลุกโทนี่เพื่อนเก่าขึ้นมาเจื้อยแจ้วอีกครั้ง แต่ยิ่งดิ้นรนหนีความเบื่อเหงา ยิ่งทำให้เขารู้ตัวว่าโหยหาการพูดคุยกับผู้คนมากแค่ไหน
ในคืนที่ละอองฝนวนกลับมาลอยฟุ้งอีกครั้ง ไอน้ำจากซึ้งนึ่งไหลวนในอากาศผสมกับละอองเย็น หมอกบางปกคลุม บนรถซาลาเปาคันเก่าเหลียงยังคงติดอยู่กับจังหวะเนิบช้าของคืนเหงาเช่นหลายร้อยคืนที่ผ่านมา จิตใจลอยฟุ้งไปกับความพร่าเลือนของม่านหมอก ได้แต่คิดถึงภาพชีวิตที่เลือนลางไม่แพ้กัน
เสียงเตือนจากแอพฯ สังคมออนไลน์ เรียกเขากลับจากอดีต เปิดดูเป็นคลิปวีดีโอที่ติดแท็กนำทางมาที่เขา ในวีดีโอปรากฏเป็นเฟย แม้จะซูบผอมอย่างเห็นได้ชัดแต่รอยยิ้มยังสดใสเช่นเคย เฟยพูดแนะนำร้านซาลาเปาของเหลียง ชักชวนให้คนมากินซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในชีวิตเขา เจ้าของร้านก็เป็นพี่ชายใจดีชอบแจกชอบแถม แต่น่าเสียดายที่เปิดแค่กลางคืนเท่านั้น มีภาพของรถซาลาเปาและตัวเหลียงที่เฟยเคยถ่ายเก็บไว้ ไรเดอร์คุ้นหน้าผลัดกันมาร่วมเฟรม ล้วนเคยได้รับซาลาเปาน้ำใจจากเหลียง ทุกคนกระโดดโลดเต้นในวีดีโอ ร้องเพลงเรียกร้องให้ร้านซาลาเปามาเปิดกลางวัน พวกเขาจะรอ เด็กหนุ่มพูดทิ้งทาย...
ตีสามในคืนฝนพรำเหลียงยังคงนั่งเฝ้ายามในรถซาลาเปา แสงจากจอเล็กส่องอาบหน้าเปื้อนยิ้ม เหลียงวนดูคลิปวีดีโอของเฟยซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้เป็นคลิปวีดีโอรีวิวร้านอาหารสั้นๆ เหมือนที่มีดาดดื่นในอินเตอร์เน็ต แต่ยิ่งดูก็ทำให้ยิ่งยิ้มไม่หยุด
---------------------------------------------------------
บนถนนเส้นเดิมไฟถนนทยอยดับหลีกทางให้แสงแรกของวัน เหลียงนั่งมองแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามาในตัวรถ กลิ่นกาแฟอุ่น ๆ ลอยขึ้นแตะจมูก เป็นกาแฟเช้าในรอบหลายปี ถนนตอนเช้าดูเหมือนคนละเส้นกับกลางคืน ทุกอย่างเคลื่อนไหวรวดเร็ววุ่นวาย รถต่อแถวยาวเต็มถนน ทางเท้าเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเร่งรีบมุ่งหน้าสู่วันใหม่ของตัวเอง ภายใต้แสงแดดรถขายซาลาเปาของเขายิ่งดูเก่ากรังยิ่งกว่ากลางคืน และช่างดูแปลกแยกกับบรรยากาศคึกคักของวันใหม่
เหลียงแตะหน้าจอมือถือ สั่งโทนี่ค้นหาอู่ซ่อมรถเก่า ข้อมูลมากมายไหลขึ้นจอ เสียงสังเคราะห์เจื้อยแจ้วตามหน้าที่
“ลุงคะ…ร้านเปิดมั้ยคะ หนูขอซื้อซาลาเปาหน่อยค่า” เด็กหญิงในชุดนักเรียนประถม ยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าร้าน ยิ้มน้อย ๆ ทักทาย
“ตอนนี้ยังไม่เปิดจ้ะ กำลังปรับปรุงรถอยู่ แต่อีกไม่นานลุงจะมาจอดขายตรงนี้ทุกเช้านะ หนูค่อยแวะมาใหม่นะ”
เด็กหญิงพยักหน้าแล้ววิ่งกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทิ้งเสียงหัวเราะสดใสค้างอยู่ในบรรยากาศ
...California dreamin'...On such a winter's day...
เหลียงเอื้อมมือปิดเพลง ก้าวออกจากรถพร้อมแก้วกาแฟ เงยหน้าหลับตารับแดดเช้า ค่อยๆ ซึมซับรสความขมอ่อนของกาแฟกับแดดอุ่นๆ เขาลืมไปแล้วว่าเคยรักความรู้สึกแบบนี้มากแค่ไหน…
---------------------------------------------------------





ขอสงวนสิทธิ์ข้อความทั้งหมดภายในเว็บไซท์
Copyright by http://www.espressoandcigarette.com