¦ ¦ ¦ ¦


ฉบับที่ 17 : ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2568


เธอคือความฝัน
โดย ธีรภัทร์




“หนึ่งหนึ่งห้าห้า สกายโฟนสวัสดีค่ะ ขอทราบเบอร์เพจที่ต้องการส่งข้อความนะคะ”
“[สามเจ็ดศูนย์สามเจ็ดหนึ่งค่ะ]”
“รบกวนพูดข้อความได้เลยค่ะ ไม่เกินแปดสิบตัวอักษรนะคะ”
“[พราว ฝันผิดเอง เราเลิกกันเถอะ]”
“ทบทวนข้อความนะคะ…พราว ฝันผิดเอง เราเลิกกันเถอะ…ถูกต้องนะคะ”
“ค่ะ”
“ข้อความนี้จะถูกส่งไปที่เบอร์เพจสามเจ็ดศูนย์สามเจ็ดหนึ่งทันทีนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการสกายโฟนค่ะ”
หลังวางสาย โอเปอเรเตอร์สาวก็จัดการพิมพ์ข้อความลงในหน้าต่างระบบคอมพิวเตอร์ก่อนกดส่ง เมื่อยังไม่มีสายเรียกเข้า กานต์ถึงได้มีเวลาเพียงครู่หนึ่ง ยกแก้วเซรามิกที่ชงกาแฟทรีอินวันขึ้นจิบ ส่งกลิ่นหอมลอยทั่วห้อง
หญิงสาวมักมัดผมรวบไปด้านหลัง เผยใบหน้ากลมเนียนแต่งหน้าอ่อน ๆ แม้จะไม่มีใครเห็นกลางดึกเลยก็ตาม กานต์หยิบผ้าคลุมที่วางพาดเก้าอี้ขึ้นคลุมไหล่ ทับเชิ้ตคอปกแขนยาวสามส่วนสีครีม เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความหนาวที่เพิ่มมากขึ้น จึงขยับเท้าออกจากรองเท้าหุ้มส้นพื้นเตี้ย เสียดสีขาให้ความอบอุ่น กระโปรงทรงเอยาวคลุมเข่าเลิกขึ้นจนรู้สึกหนาวกว่าเดิม หญิงสาวจึงเปลี่ยนใช้ผ้าคลุมมาทับส่วนขาแทน
เธอหันไปมองนาฬิกาแขวนในห้อง เข็นสั้นชี้เล็กสาม เข็มยาวชี้เลขสิบสอง ปฏิทินแขวนด้านข้างกระพือเล็กน้อยจากลมของเครื่องปรับอากาศ ท่ามกลางหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์สลัวติด ๆ ดับ ๆ ม่านลูกไม้ที่ปิดกระจกหน้าต่างสำนักงาน แลเห็นแสงเล็ก ๆ จากเสาไฟฟ้าด้านนอกปรากฏขึ้น
หากเป็นเวลาปกติ โต๊ะไม้เรียงยาวสองแถวจะมีคนนั่งอยู่เต็ม ทุกโต๊ะมีโทรศัพท์บ้านและคีย์บอร์ดต่อกับจอคอมพิวเตอร์ พร้อมโพสอิทหลากสีแปะรอบ แต่พอถึงกะดึกจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งกานต์เองรับหน้าที่เพียงลำพังในวันธรรมดา จึงทำให้ตอนนี้ทั้งห้องมีแค่เธอคนเดียว เธอทำงานที่นี่ได้มาสามเดือนแล้ว เป็นเครือข่ายใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เจ้าของบริษัทอยู่ต่างประเทศ มีลูกชายกับลูกสาวซึ่งเธอไม่เคยเห็นตัวจริงมาก่อน เคยเห็นเพียงแค่ในรูปเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และไม่รู้ชื่อด้วยเช่นกัน
ไม่รอช้าให้เธอได้พักไปมากกว่านั้น เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกหน หญิงสาวจึงยกหูและกรอกเสียงลงไปเหมือนกับทุกครั้ง
“หนึ่งหนึ่งห้าห้า สกายโฟนสวัสดีค่ะ ขอทราบเบอร์เพจที่ต้องการส่งข้อความนะคะ”
“[สามสามห้าสี่สี่สองครับ]”
“รบกวนพูดข้อความได้เลยค่ะ ไม่เกินแปดสิบตัวอักษรนะคะ”
“[พราวทำอะไรผิดหรือฝัน ขอเหตุผลได้ไหม]”
“ทบทวนข้อความนะคะ…พราวทำอะไรผิดหรือฝัน ขอเหตุผลได้ไหม…ถูกต้องนะคะ”
“ครับ”
“ข้อความนี้จะถูกส่งไปที่เบอร์เพจสามสามห้าสี่สี่สองทันทีนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการสกายโฟนค่ะ”
หญิงสาวถอนหายใจ หลังรับทราบความสัมพันธ์สองคู่นี้ที่มาถึงจุดจบเสียแล้ว
กานต์ยังจำได้ดี ตั้งแต่วันที่เธอรับหน้าที่เข้าเวรกะกลางคืนเพียงลำพัง เธอมักได้รับสายจากฝันและพราว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งสองเริ่มคบกันเมื่อเดือนที่แล้ว และรับรู้ได้ว่าช่วงหลังฝ่ายหญิงมีท่าทีเปลี่ยนไป



26/3/2538
370371: ทำอะไรอยู่ พราวคิดถึงนะ
335442: กำลังจะนอน คิดถึงเหมือนกัน เจอกันพรุ่งนี้
370371: นอนไวจัง ฝันดีครับ พราวรักฝันนะ

29/3/2538
370371: พราวขอโทษเรื่องเมื่อวานด้วยนะ
335442: ช่างมันเถอะ ฝันเองก็ผิด
370371: พรุ่งนี้จะพาไปกินของอร่อย คิดถึงเสมอ
335442: อืม เจอกันพรุ่งนี้

1/4/2538
370371: เดือนหน้าจะมีคอนเสิร์ตพราว ไปกันนะ
335442: เราไม่ชอบพราว
370371: ลองไปฟังด้วยกันสิ เผื่อฝันจะชอบ
335442: ทำไมชอบบังคับ ฝันไม่ชอบคนนิสัยแบบนี้

แม้หลายครั้งกานต์จะไม่ได้เข้าเวรกะดึก แต่เธอก็ยังมักได้รับข้อความจากทั้งสองฝ่ายที่มักส่งมาตอนกลางคืนเสมอ เธอไม่เคยรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร หน้าตาอย่างไร ทำงานอะไร ในบางครั้งเธอจะได้รับสายจากลูกค้าแปลกหน้าคนอื่น บ้างเป็นคนที่นาน ๆ ครั้งโทรเข้ามา บ้างเป็นคนที่โทรเข้ามาครั้งเดียวและหายไป แต่ไม่เคยมีใครที่โทรมาอย่างสม่ำเสมอเหมือนพวกเขาทั้งสองเลย
บางครั้ง เธอจะนึกถึงพ่อกับแม่ที่อยู่บ้านต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งเธอถึงจะกลับไป และในระหว่างที่เธออยู่ในเมืองหลวง กานต์ไม่เคยรู้เลยว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างเช้ามืดที่เธอเพิ่งจะออกกะดึก หรือในระหว่างเช้าตรู่ที่เธอเพิ่งจะได้ปิดม่านข่มตาหลับ พ่อกับแม่ของเธอมักตื่นเช้าเสมอ และในเวลากว่าครึ่งวันที่เธอหลับใหล ทั้งสองคงทำอะไรต่อมิอะไรไปมากโข
พ่อกับแม่ไม่ยอมใช้เพจเจอร์ นั่นคือความขบถเดียวที่หญิงสาวนึกโกรธ บุพการีทั้งสองค้านหัวชนฝา อ้างว่าเทคโนโลยีจะทำให้ลูกสาวเพียงคนเดียวไม่ยอมกลับบ้านด้วยเพราะการคุยที่ง่ายขึ้น และเชื่อว่าความห่างเหินที่เกิดจะทำให้ความคิดถึงทำงาน แต่กานต์เองไม่สามารถกลับบ้านได้บ่อยนัก เธอกลับได้เพียงเทศกาลสำคัญหรือหยุดยาว นั่นจึงทำให้เธอมักเขียนจดหมาย จ่าหน้าซองกลับไปที่เชียงใหม่ เล่าเรื่องของเธอให้ที่บ้านฟัง โดยที่ไม่เคยได้จดหมายตอบกลับมาสักฉบับ และทราบความเป็นไปบางครั้งจากการส่งเพจเจอร์ถามป้าของเธอที่อยู่ใกล้บ้านเท่านั้น
เสียงเพลงจากเทปคาสเซ็ตดังขึ้นเมื่อกานต์ลุกไปใส่ตลับ ผละจากเรื่องราวในถิ่นกำเนิด ข่มความคิดถึงยามค่ำคืนเก็บไว้ เธอคือความฝันของพราวดังคลอห้องสำนักงานสกายโฟน ไม่ลืมที่จะเพิ่มอุณภูมิให้ห้องอุ่นขึ้นด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะกลับมานั่งตรงโต๊ะประจำของเธอ


c
เธอคือความฝัน ในใจฉัน
เพียงความฝัน ที่แสนไกล
ดั่งคว้าดาว บนฟ้าไกล 

ไม่มั่นใจ จะคว้า

เธอฮัมเพลงเบา ๆ ไม่ต้องกลัวใครได้ยินบนอาคารชั้นสามแห่งนี้ ด้านล่างมียามที่มักสัปหงกคอยเฝ้า และแน่นอนว่าเขาคงไม่มีวันได้ยินเสียงของเธออย่างแน่นอน
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้แล้วที่จะถึงคอนเสิร์ตของพราว
กานต์รักพราว พอ ๆ กับรักความสงบตอนกลางคืน เธอมีความสุขที่ได้ทำงานกะดึก แม้จะไม่เจอใครเลยก็ตาม เธอพอใจที่จะได้พูดคุยกับคนแปลกหน้า รับสาร ส่งต่อ ท่ามกลางกลิ่นกาแฟ กลิ่นเครื่องปรับอากาศเก่า กลิ่นไม้อับ และเพลงเธอคือความฝัน นั่นจึงทำให้เธอนึกถึงชายคนที่หลงรักพราวเช่นเดียวกับเธอ
ชายที่มีชื่อเดียวกันกับวงโปรด
เขาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรนะ
เธอสงสัย ฟังจากน้ำเสียงนุ่มทุ้มนั่น กานต์เดาว่าพราวเป็นคนใจเย็น เขาหลงรักผู้หญิงที่ชื่อฝันหัวปักหัวปำ และในหลาย ๆ ครั้ง ประโยคบอกรักมักออกมาจากปากของพราวก่อนเสมอ เธอยังจำได้ดีถึงวันแรกที่ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปตอนบอกข้อความ
‘รบกวนพูดข้อความได้เลยค่ะ ไม่เกินแปดสิบตัวอักษรนะคะ’
‘[พราว…เอ่อ…]’
‘ทบทวนข้อความนะคะ…พราว…เอ่อ…ถูกต้องนะคะ’
‘[ไม่ใช่ครับ!]’ อีกฝ่ายรีบปฏิเสธ กานต์ผงะด้วยความตกใจ ‘[พราวรักฝันนะ]’
แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้น กานต์ถึงได้ยิ้มออกมาเพียงลำพังในห้องทำงาน เข้าใจว่าอีกฝ่ายคงเคอะเขินที่ต้องบอกรักผ่านโอเปอเรเตอร์แบบเธอ
‘ค่ะ ทบทวนข้อความ…พราวรักฝันนะ…ถูกต้องนะคะ’
‘[คะ…ครับ]’
‘ข้อความนี้จะถูกส่งไปที่เบอร์เพจสามสามห้าสี่สี่สองทันทีนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการสกายโฟนค่ะ’

เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำในวันวาน กานต์ก็เผลอระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทว่าเมื่อนึกไปอีกครั้งก็กลับกลายเป็นสงสาร เพราะหลังจากที่ความเคอะเขินของพราวที่มีต่อฝันเริ่มลดลง เมื่อชายหนุ่มกล้าบอกรักอีกฝ่ายมากขึ้น กลับพบว่าคำบอกรักจากฝ่ายหญิงจะออกจากปากนาน ๆ ครั้ง
‘พราวรักฝันนะ’
‘รักนะครับคนเก่งของผม’
‘ขอให้ผ่านสัมภาษณ์งานนะครับ’
‘เหนื่อยกับงานไหม เป็นกำลังใจให้นะครับ’

ราวกับเป็นพราวที่รักฝันอยู่ข้างเดียวอย่างไรอย่างนั้น
เสียงโทรเข้าปลุกกานต์ให้ได้สติ เธอเกือบปล่อยมือจากแก้วกาแฟที่เพิ่งถือ รีบวางมันลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับสายทันที
“หนึ่งหนึ่งห้าห้า สกายโฟนสวัสดีค่ะ ขอทราบเบอร์เพจที่ต้องการส่งข้อความนะคะ”
“[สามสาม…ห้าสี่สี่สอง…ครับ]”
เป็นพราวนั่นเองที่โทรเข้ามา หัวใจของกานต์กระตุก หนนี้น้ำเสียงนั้นสั่นไหว เจือเสียงสะอื้นคลอแผ่วเบา อีกฝ่ายกำลังสะกดกลั้น ความเจ็บปวดของพราวส่งผ่านมาตามสายโทรศัพท์ หัวใจของคนเฝ้ารอทรมาน เธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี
เพราะตั้งแต่ข้อความสุดท้ายของพราวที่ส่งไปถึงฝัน อีกฝ่ายก็ยังไม่โทรมาฝากข้อความใด ๆ ให้กับโอเปอเรเตอร์อย่างเธอเลย
“รบกวนพูดข้อความได้เลยค่ะ ไม่เกินแปดสิบตัวอักษรนะคะ”
“[จะไม่คุยด้วยจริง ๆ ใช่ไหม พราวเจ็บจะตายแล้ว]”
“ทบทวนข้อความนะคะ…จะไม่คุยด้วยจริง ๆ ใช่ไหม พราวเจ็บจะตายแล้ว…ถูกต้องนะคะ”
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร กานต์ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ดังเข้ามาในสาย เธอสงสารอีกฝ่าย แม้จะไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ตัวตนของพราวที่เธอรับรู้ผ่านน้ำเสียงการฝากข้อความมาตลอดหนึ่งเดือน กลับทำให้เธอเป็นห่วงกลัวว่าพราวจะทนอยู่เพียงลำพังไม่ไหว
ตีสี่ ช่วงเวลาของกลางคืนที่ทำงานกับความคิดได้อย่างร้ายกาจ ความทรมานของความคิดถึง ความเจ็บปวด ทุกเรื่องราวที่เคยหลงลืมมักถูกรื้อฟื้นในห้วงเวลานี้
และแม้กระทั่งผู้ที่เจ็บปวดอย่างถึงขีดสุด ยิ่งทำให้พวกเขาเหมือนกับตายทั้งเป็น
กานต์เม้มริมฝีปาก พูดข้อความเดิมเหมือนกับที่ผ่านมาตลอด
“ข้อความนี้จะถูกส่งไปที่เบอร์เพจสามสามห้าสี่สี่สองทันทีนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการสกายโฟนค่ะ”
หญิงสาวยังไม่กดวางสาย ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะกดวางแล้ว
แต่เสียงร้องไห้ของพราวกลับสั่งให้เธอยังถือสายต่อ ปล่อยให้ความเงียบดำเนินต่อไปโดยที่เธอไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่รับฟังความเสียใจของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น
กระทั่งปลายสายพูดขึ้นมาในที่สุด
“[ผม…ผมทำอะไรผิดไปหรือ ทำไมฝันถึงเลิกกับผม ผมไม่ดีตรงไหน ผมเป็นแฟนที่แย่หรือเปล่า ผมทุ่มเทให้น้อยไปใช่ไหม ผมรอที่จะได้คุยกับเธอแค่ตอนดึก ผมเจอเธอน้อยแต่ก็ยังหาเวลาไปเจอ ผมรู้ดีว่าแอร์ฯ เหนื่อยแค่ไหน แต่ทำไมเธอไม่เข้าใจผมเลย ผมพยายามแล้ว หาเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันเหมือนแฟนทั่วไป ถึงจะอยู่ไกลกันแต่ผมก็ไปหาเธอบ่อย หรือจะเป็นเพราะไอ้นักบินนั่นกัน ผมว่าพวกเขาคงแอบแทงข้างหลังผม ฝันถึงได้บอกเลิกผมแบบนี้]”
หัวใจของหญิงสาวกระตุก หลังเรื่องราวถูกพรั่งพรูออกมาจากอีกฝ่าย อกซ้ายของเธอเต้นระรัว เป็นครั้งแรกที่เธอจะพูดกับผู้ชายคนนี้ นอกจากประโยคเดิมที่พร่ำบอกเหมือนหุ่นยนต์ตั้งโปรแกรมมาเป็นเวลานาน
“ใจเย็น ๆ นะคะคุณพราว” ในที่สุดเธอก็พูดออกไป “ฉันรับรู้ได้ว่าคุณรักเธอมากแค่ไหน ที่ผ่านมาฉันได้ยินเสียงของคุณ ได้ยินเสียงหัวใจของคุณ ได้ยินคำบอกรักของคุณ คุณทำเต็มที่ที่สุดในความสัมพันธ์นี้แล้วค่ะ”
กานต์บอกละมุนละม่อม ห่วงใยอีกฝ่ายจับใจ
พราวเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเกือบคิดว่าสายหลุดไปแล้ว หากไม่ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจที่ดังแทรกเข้ามาก่อน
“[ขอบคุณนะครับ ขอบคุณจริง ๆ]” ชายหนุ่มกรอกเสียง เธอจับอารมณ์ได้ว่าเขาดูได้สติมากขึ้น ไม่ได้ฟูมฟายเหมือนเมื่อสักครู่ “[ผมจำเสียงคุณได้ ถึงบางวันผมจะไม่ได้ยินเสียงของคุณ แต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ขอบคุณที่คอยส่งข้อความให้ผมเสมอ ผมคงแย่ถ้าคืนนี้ไม่ได้คุยกับคุณ ขอบคุณนะครับ]”
สายถูกตัดไปทันทีหลังจากอีกฝ่ายพูดจบ
ความวูบโหวงประหลาดแทรกอยู่กลางอก ก่อตัวขึ้นเป็นหลุมขนาดใหญ่ในใจของหญิงสาว
ลางสังหรณ์หนึ่งส่งเสียงพร่ำบอก คล้ายกับเธอจะไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากปลายสายนี้อีก
ในตอนเช้า อีกฝ่ายอาจส่งข้อความถึงใครคนอื่น แต่นั่นเป็นช่วงเวลาที่เธอไม่ได้ทำงาน หากความสัมพันธ์ของพราวและฝันจบลง นั่นคงหมายความว่าเธอจะไม่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มคนนี้อีกต่อไป
ความเงียบครอบงำภายในห้องสำนักงาน เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อ
แต่ความรู้สึกของเธอกลับเหมือนถูกหยุดไว้เวลานี้ตลอดกาล
เวลาสุดท้ายที่ได้คุยกับชายผู้ตกหลุมรักพราว

ไม่มีสายจากพราวโทรเข้ามาอีกในกะดึกในรอบหลายวัน
เช่นเดียวกับฝันเองที่ไม่เคยโทรมาบอกเหตุผลถึงการเลิกรา
ค่ำคืนของกานต์ดูจะเงียบเหงาไปจากทุกวัน เรื่องราวของผู้ใช้บริการรายอื่นนาน ๆ ครั้งจะถูกโทรเข้ามา แต่เธอกลับโหยหาน้ำเสียงจากชายอีกคนที่ห่างหายไปแสนนาน
ป่านนี้พราวจะเป็นอย่างไรกันนะ เธอไม่อาจรู้ได้เลย
วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง และโชคดีที่เป็นวันหยุดของเธอเช่นเดียวกัน คอนเสิร์ตของพราวถูกจัดขึ้นที่ร้านแห่งหนึ่ง เธอตัดสินใจที่จะไปเพียงลำพังเหมือนที่ผ่านมา
การใช้ชีวิตตัวคนเดียวไม่ยาก เธอผ่านความรักอันหนักหนามาหนึ่งปีเต็ม หลังเลิกรากับรักเป็นพิษที่ทนคบหามาสองปี เมื่อมันจบลงจากผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้น กานต์ก็รู้สึกเหมือนได้หัวใจตัวเองกลับคืน
เธอไม่ต้องคอยพะวงเรื่องนอกใจอีกต่อไป
นั่นจึงทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของพราวที่มีต่อฝันมากแค่ไหน
การที่ต้องทุ่มเทเพียงฝ่ายเดียวอยู่อย่างนั้น พร่ำบอกรักในความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากันเนิ่นนาน หวาดกลัวการเป็นตัวสำรองในทุกสถานการณ์ที่เขาไม่นึกถึง
วันนี้พราวเองก็คงจะมาดูคอนเสิร์ตเช่นเดียวกัน
เธอคิดอย่างนั้น เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ความชื่นชอบของวงพราวมักถูกแนะนำด้วยบทเพลง ส่งต่อให้คนรักเก่าอยู่เสมอ แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่เคยตอบกลับข้อความอะไรมาอีก นอกจากปล่อยให้วันใหม่เริ่มต้นขึ้น และรอให้ฝ่ายชายเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา
คงเป็นเพราะสิ่งเหล่านั้น ความเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า และซึมซับมันมานานแสนนาน ถึงได้ทำให้เธอไม่รู้ใจตัวเองมาก่อน
เธอมีเบอร์เพจเจอร์ของพราว แต่ไม่เคยกล้าส่งข้อความใด ๆ ไปที่เครื่องของเขาเลยสักครั้ง
กานต์คิดว่าวันนี้เธอจะส่งมันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย อวยพรให้คนแปลกหน้าได้รับรู้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอยังคงเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ ในฐานะของโอเปอเรเตอร์ คนแปลกหน้า และใครสักคนที่มีความชื่นชอบเดียวกัน
หญิงสาวตัดสินใจต่อสายก่อนจะเดินไปถึงทางเข้างาน มองผู้คนมากมายที่เพิ่งเดินสวนไป ไพล่คิดไปว่าในหมู่คนเหล่านี้คงมีเขาปะปนอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพียงแค่เธอไม่รู้จักเท่านั้น
[หนึ่งหนึ่งห้าห้า สกายโฟนสวัสดีค่ะ ขอทราบเบอร์เพจที่ต้องการส่งข้อความนะคะ]”
หญิงสาวอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย เธอจำได้ว่ามันเป็นเสียงเพื่อนของเธอ และเพื่อนของกานต์เองก็รู้ว่าเป็นเธอ แต่ก็ไม่เอ่ยแซวไปในเวลานี้
“สามเจ็ดศูนย์สามเจ็ดหนึ่งค่ะ”
“[รบกวนพูดข้อความได้เลยค่ะ ไม่เกินแปดสิบตัวอักษรนะคะ]”
“ค่ะ” กานต์อมยิ้ม คิดว่าเพื่อนของเธอเองก็คงอมยิ้มอยู่เช่นเดียวกัน “ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนเสิร์ตพราว หวังว่าคุณเองก็คงอยู่ที่นี่ และได้ฟังเพลงเดียวกัน”
“ทบทวนข้อความนะคะ…ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนเสิร์ตพราว หวังว่าคุณเองก็คงอยู่ที่นี่ และได้ฟังเพลงเดียวกัน…ถูกต้องนะคะ”
“ค่ะ”
“ข้อความนี้จะถูกส่งไปที่เบอร์เพจสามเจ็ดศูนย์สามเจ็ดหนึ่งทันทีนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการสกายโฟนค่ะ”
กานต์วางสาย ถอนหายใจออกมา ไม่รู้สึกติดค้างใด ๆ อีกต่อไป
ทว่าเสียง ติ๊ด ที่ดังขึ้นข้างกาย กลับเรียกความสนใจให้เธอหันกลับไปมอง
ก่อนจะเห็นชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนหันมามองเธอเช่นเดียวกัน อีกฝ่ายตัวสูง ใบหน้าหล่อเหลาเซ็ตผมยาวระต้นคอไปด้านหลัง ดูสะอาดสะอ้านและเป็นมิตร นั่นจึงทำให้กานต์อ้าปากค้างทันที
เมื่ออีกฝ่ายหยิบเพจเจอร์สีดำมะเมื่อมขึ้นมาอ่านข้อความ ก็จำได้ทันทีว่าเขาเพิ่งได้ยินหญิงสาวตรงหน้ากรอกประโยคไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน และเป็นเสียงที่คุ้นเคยมานาน
ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนเสิร์ตพราว หวังว่าคุณเองก็คงอยู่ที่นี่ และได้ฟังเพลงเดียวกัน
“คุณนี่เอง” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ก่อนหัวเราะออกมา “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะครับคุณโอเปอเรเตอร์ ผมพราวครับ”
กานต์แทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะได้เจอหน้าพราวในที่สุด




ขอสงวนสิทธิ์ข้อความทั้งหมดภายในเว็บไซท์
Copyright by http://www.espressoandcigarette.com